Aloil ♠ Iyochan View my profile

[Fic K Sarumi] Merge our minds (2)

posted on 26 Feb 2013 20:07 by capuchinoz in K-PROJECT directory Fiction
Warning : ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย ผู้ใดที่รับไม่ได้หรือไม่ชอบกด [x] ที่มุมขวาบนสุด
บนจอได้เลยค่ะ และเนื้อหามีการอ้างอิงถึงเนื้อเรื่องในอนิเมะจริงๆเล็กน้อย
เรื่องที่เขียนเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับ SS2 เลย
หากว่า SS2 ออกมาเมื่อไหร่จะก็ ลืมฟิคนี้ไปได้เลยค่ะ 5555555555555+
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
Merge our minds 
 
Fushimi Saruhiko x Yata Misaki
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -


           วันนี้เป็นวันที่ ‘ ยาตะ มิซากิ ‘ ออกจากโรงพยาบาล มาพักฟื้นต่อที่บาร์ Homra ของคุซานางิ อิสึโมะ บ้านหลังที่ 2 ของเขา หลังจากที่หมอเช็คตรวจอาการคนไข้และอนุมัติให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ไม่มีอะไรนี่น่าเป็นห่วงเพียงแต่ต้องพักผ่อนสักระยะหนึ่งถึงจะกลับมาเป็นปกติ

            “ต่อให้ยาตะจังอยู่โรงบาลสักอาทิตย์หรือเดือนนึง คุซานางิซังกับทุกคนก็พร้อมที่จะปิดบาร์ไปเฝ้ายาตะจังอยู่แล้ว !!”

            ชายร่างท้วมใส่ชุดฮู๊ดสีขาว ‘ คามาโมโตะ ‘ เข้าไปกอดรัดคนป่วยที่พึ่งออกจากโรงบาลหมาดๆเหมือนตุ๊กตาหมีของเด็กเล็กๆกอดเวลานอน ทำเอาคนถูกกอดรัดกระดูกแทบหัก มีแนวโน้มว่าจะได้เข้าโรงพยาบาลประมาณอาทิตย์ 2 อาทิตย์ตามที่เจ้าตัวพูดไปหยกๆนี้

            “ขอบคุณ แต่ฉันหายใจไม่ออกว้อยยย คามาโมโตะ !!”

            “โอ๊ะ โทษที งั้นเดี๋ยวฉันจะไปซื้อขนมอร่อยๆมาฝากเยอะๆแล้วกันนะ จะได้หายไวๆ”

            “ซื้อมากินเองมากกว่าล่ะสิ”

            “ฮะๆ รู้ดีจังนะ นายพักผ่อนต่อเถอะ เดี๋ยวถ้าฉันกลับมาเมื่อไหร่ล่ะก็รับรองว่านายจะได้อิ่มอุดมสมบูรณ์แน่ๆ”

            “ขอบคุณอีกที แต่ฉันจะไม่ได้พักเพราะแกเนี่ยแหละเฟ้ย”

            “โอเคๆ งั้นฉันไปแล้ว ทุกคนเป็นห่วงนายมากนะ !”

            ชายร่างท้วมลูบหัวคนป่วยเบาๆ ทำเอาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเกือบเหวี่ยงหมัดเข้าไปที่พุง โวยวายอยู่สักพักใหญ่จนกระทั่งเสียงเริ่มเงียบลง เขาจึงเดินออกไปข้างนอกปล่อยให้คนป่วยได้พักผ่อน ยาตะโน้มตัวลงหาเตียงอย่างช้าๆ นึกแล้วทำไมรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองทำตัวให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย

            “ทำไมฉันต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วยวะ น่าสมเพช...”

            ได้แต่เพียงบ่นในใจ พอได้อยู่คนเดียวเมื่อไหร่ความคิดก็จะโลดแล่นเข้ามาในหัวทันที ยิ่งนอนป่วยเหมือนกับคนที่ทำอะไรไม่ค่อยได้ ทำให้เหมือนตัวเองกลายภาระให้กับคุซานางิและทุกๆคน ทั้งๆที่เขาได้เป็นถึงแนวหน้าของ Homra แต่ต้องมานอนพักฟื้นด้วยสาเหตุแค่โดนระเบิดเล็กๆน้อยๆแถมยังไม่ทราบตัวคนร้ายอีก ทำให้เจ้าตัวยิ่งเซ็งไปใหญ่ แถมยังต้องเจอกับลิงชวนกวนประสาท ทำให้เขารู้สึกปวดหัวมากกว่าเดิม

            “แกสิที่ควรจะถามตัวเอง แกต้องการอะไรกันแน่ ซารุฮิโกะ...?”

            สุดท้ายเจ้าตัวก็ไม่ได้เคลียร์กับฟุชิมิให้รู้เรื่อง ยิ่งถามหาเท่าไหร่ .... ยิ่งคาใจมากเท่านั้น ..... ยาตะ ควบคุมสติแทบไม่อยู่ เขากำหมัดแน่นทุบตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เสียงโหวกเหวกดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยเขาคิดว่าได้ระบายซะบ้างก็คงจะดี

            “ทำไมแกไม่เคยเข้าใจใครเลยวะ ทำไมแกถึงได้แต่เงียบไม่ยอมพูดอะไร แกเอาแต่เก็บไว้คนเดียวอย่างงี้ใครมันจะไปรู้กับแกวะ แกมันงี่เง่าที่สุด ซารุฮิโกะ !! แกนั่นแหละที่ทิ้งฉัน...!!”

            ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เขาเหวี่ยงของชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยนิสัยประจำตัวที่สุดแสนจะใจร้อน เสียงดังโครมครามไปทั่วห้อง

            เอี๊ยดดดด.....

            เขาหยุดการกระทำตัวของเองทันทีแล้วมองไปยังต้นเสียงที่เกิดขึ้น

            “แอนนา ?”

            “ไง ยาตะจัง โวยวายซะได้ยินถึงข้างล่างเชียวนะ”

            “คุซานางิซัง!!”

            แอนนาเป็นคนเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรกโดยมีคุซานางิถือยาพร้อมกับแก้วน้ำมาให้ เขาหย่อนตัวนั่งลงที่เตียงแล้ววางยาลงที่โต๊ะข้างๆ ส่วนแอนนาได้แต่เดินยื่นตัวไปแตะๆหน้าผากของยาตะ เธอรู้สึกได้ว่าตอนนี้ยาตะเริ่มมีไข้เล็กน้อย เขาตัวร้อนขึ้นมากกว่าปกติ ใบหน้าเริ่มแดงเพราะพิษไข้ อีกทั้งอารมณ์ที่ฉุนเฉียวเพราะความโมโหก่อนหน้านี้ทำให้เขาเลือดขึ้นหน้าเข้าไปใหญ่

            “เมื่อกี้นี้ข้างบนมีอะไรหรอ ? ทะเลาะกับคามาโมโตะซัง ?”

            “เอ่อ... ไม่ใช่ครับ”

            “แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ? ยาตะจัง ฉันว่าเราควรจะเปิดใจคุยกันนะ”

            พอเจอคุซานางิยิงคำถามนี้มา ยาตะยิ่งกว่ารู้สึกแย่กว่าเดิม เขาคิดทบทวนเรื่องเก่าๆตั้งแต่เจอมิโคโตะซังครั้งแรกและได้เข้าร่วม Homra พร้อมกับฟุชิมิ มันเป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขกับ Homra มากจนทำให้ใครบางคนจางหายไป จนกระทั่งฟุชิมิไปเข้าร่วมกับ Scepter  4 มันถึงทำให้เขารับรู้ถึงสิ่งที่หายไปต้องการที่จะกลับมามีตัวตนขึ้นมาอีกครั้ง ได้เพียงแค่นึกโกรธอีกฝ่ายที่ทิ้งตนเองไป แต่ยิ่งนานเข้าไปนั่นก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่เขานึกไปก็เท่านั้น เขายังสามารถยืนและแข็งแกร่งตลอดมาได้เพราะยังมีราชาที่เป็นพลังและแรงผลักดันที่สำคัญของยาตะ ทว่าในวันนี้... มันไม่มีพลังเสียแล้ว

            “เธอดูซึมๆลงนะ ไม่สมกับเป็น ยาตะการาสุ อีกาดำแห่งโฮมุระ เอาเสียเลย”

            อิสึโมะจับบ่ายาตะเบาๆ แล้วพูดต่อ

            “ถ้ามิโคโตะซังเห็นนายเป็นแบบนี้ เขาจะคิดยังไงกันนะ....”

            ทุกครั้งที่ยาตะได้ยินชื่อ ‘ มิโคโตะซัง ‘ มันจะทำให้เขารู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที ราชาที่เขาเคารพและนับถือมากที่สุด แทบจะกลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เขาพยายามใจเย็นลงเก็บมือที่กำลังจะไหวไปตามอารมณ์ขว้างสิ่งใกล้ตัวให้กระจุยกระจายแหลกละเอียดอย่างที่เขาอยากจะทำ ให้อารมณ์มันถูกปลดปล่อยผ่านสิ่งของระบายมันออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

            “.....มิโคโตะซัง ไม่ได้จากไปอย่างโดดเดี่ยวหรอก เธอยังจำวันที่แสงสีแดงลอยเป็นหนึ่งบนท้องฟ้าครั้งสุดท้ายนั่นได้ใช่ไหม ? สิ่งนั้นแหละที่ทำให้เขาจากไปได้อย่างสงบ ไม่มีเรื่องที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับโลกมนุษย์ที่ยังต้องคอยแบกรับภาระหลายๆอย่าง เพราะว่าทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาเองกันทั้งนั้น รวมทั้งความรู้สึกของยาตะจังเองก็ตาม”

            “ผมจำได้ดี... แต่แค่รู้สึกว่ามันกะทันหันเกินไป”

            “สำหรับฉันมันไม่มีอะไรที่กะทันหันเกินไป หรือ สายเกินไป อย่างตอนที่เธอโดนระเบิดถูกหามตัวเข้าโรงพยาบาล ใครจะคิดล่ะว่าการที่ยาตะจังจะออกไปขี่สเก็ตบอร์ดออกไปข้างนอกอยู่ดีๆจะไปเจอระเบิดลูกหลงหรืออะไรก็ตาม พอเซริจังโทรมาเท่านั้นแหละ ไวน์เฉียดแสนฉันเกือบจะหล่นออกจากมือ แต่ถึงอย่างนั้นไวน์มันจะตกแตกหรือไม่ ฉันและทุกคนก็จะรีบไปหาเธออย่างแน่นอน”

            “คุซานางิซัง....”

            “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัว ใช่ไหม แอนนา ?” คุซานางิยิ้มแล้วหันไปถามสาวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆอีกฝั่งของคนป่วย

            “มิซากิเข้มแข็งพอ มิซากิคือคนในครอบครัว อย่ากังวลไปเลยนะ” แอนนาตอบ

            “เรายังไม่ได้สูญเสียพลังไปทั้งหมดหรอกยาตะจัง พวกเรายังมีพลังสายเลือด Homra อยู่ในตัวไง”

            เหมือนยกภูเขาออกจากอก เขารู้สึกใจเย็นลงมากจนมือสามารถหยุดนิ่งตามปกติ หน้าที่จะแดงเพราะพิษไข้หรือความโมโหก็น้อยลงจากเก่า มีเพียงความรู้สึกใหม่ๆมาทดแทนความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความปลาบปลื้มแทน มุมปากที่เคยบึ้งตึงก็แปรเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มเล็กๆเช่นกัน ไม่แปลกใจทำไมเขายังรู้สึกรักและซื่อสัตย์กับ Homra จนถึงตอนนี้

            “พวกเราทุกคนต้องมีชีวิตเพื่อมิโคโตะซังใช่ไหม ยาตะจัง ? นี่คือความภาคภูมิใจของ Homra มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่าทำให้มิโคโตะซังเป็นห่วงเธอเลยนะ” คุซานางิยังคงพูดต่อ

            “ผมไม่มีทางยอมแพ้หรอก ผมต้องแข็งแกร่งเหมือนมิโคโตะซัง !! ยาตะการาสุ แนวหน้าของ Homra จะอ่อนแอเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้ !!”

            “นี่สิ ที่จะสมกับเป็น ‘ ยาตะการาสุ ‘ อีกาแห่ง Homra ‘ “

            “และผมจะไม่มีทางยอมแพ้ไอ้ลิงซารุเด็ดขาด !! ไอ้คนทรยศนั่น คิดอะไรของมันก็ไม่รู้”

            อยู่ๆ คนป่วยก็เริ่มสะดีดสะดิ้งเผลอพูดความอัดอั้นในใจออกมา มือไม้ท่าทางเริ่มไปเหมือนคนปกติ อิสึโมะกับแอนนางงไปชั่วครู่ ยาตะมอง 2 คนสลับกันไปมาได้แต่เงียบไปสักพัก

            “ดูท่าทางวันนั้นเธอกับซารุก็ยังคงทะเลาะกันเหมือนเดิมสินะ”

            “มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วนี่ครับ คุซานางิซัง อีกาผู้นี้จะไปยอมแพ้ไอ้ลิงที่ได้แต่ปีนต้นไม้กินกล้วยไปวันๆได้ไง”

            คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มลุกพรวดขึ้นมาคุยกับคุซานางิอย่างจริงจังและเริ่มออกออรถรสมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่ากำลังอยากจะระบายความในใจออกมา

            “ลิงมันกระโดดได้นะ” คุซานางิเริ่มไปไม่ถูก เขาเลยได้แต่ตอบอะไรเบลอๆออกไป

            “แต่อีกามันสามารถโบยบินไปได้ เป็นอิสระกว่ามันเยอะครับ !!” ยาตะไม่ยอมแพ้

            “ถ้าเปรียบเป็นสัตว์ปีก... ซารุฮิโกะคงเป็น ‘ เหยี่ยว ‘ ” แอนนาเริ่มพูดขึ้นมาบ้าง

            “เหยี่ยวที่ไหนกันล่ะแอนนา ! อย่างมันน่ะ แร้ง ตัง--- อุ่กกกก !!”

            คุซานางิรีบปิดปากยาตะทันที พร้อมกับมืออีกข้างทำมือ จุ๊ๆ ใส่แอนนาซะด้วย ร่างเล็กเริ่มดิ้นพร่านๆ ไม่เข้าใจการกระทำของคนที่สูงอายุกว่า

            “ยาตะจัง อย่าพูดอะไรหยาบคายแบบนั้นใส่แอนนาสิ”

            “ไอ่อ้ายอาบไอ่แอนอาอ๊ะอ่อย อุนอ่อยอ๋มเอี๋ยวอี๊เอยอ๊ะ ! (ไม่ได้หยาบใส่แอนนาซะหน่อย คุณปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ !)”

            “ไม่ต้องห่วงนะแอนนา ฉันรู้ว่า ยาตะจังกับซารุแยกออกจากกันไม่ได้หรอก เพราะว่าทั้ง 2 คน เปรียบเสมือน ปลวกกับโปรโตซัว ไงล่ะ”

            “อันอ๋ายอามอ้าอังไออั๊บ อุอาอาอิ๊อัง !! (มันหมายความว่ายังไงครับ คุซานางิซัง !!)”

            “เห ? ยาตะจังจบวิทยาศาสตร์ ม.ต้นมาได้ยังไงเนี่ย ไม่แปลกใจทำไมซารุถึงเข้า Scepter 4 ได้ทั้งๆที่จะขึ้นเพียงแค่ ม.ปลายเท่านั้นเอง ดูเหมือนแอนนาก็ยังไม่เข้าใจสินะ งั้นฉันก็จะบอกให้ก็ได้”

            แลดูเหมือนมีหลักการ คุซานางิเอามือออกปล่อยให้ ปากของอีกคนมีอิสรภาพในการพูดขึ้นมาอีกครั้ง ยาตะได้แต่นิ่งเงียบไม่อยากเถียง ไอลิงนั่นมันน่าอิจฉาก็ตรงนี้นี่ล่ะมั้ง ?

            “ถ้าเอาแบบง่ายๆเลยล่ะก็ ปลวกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ชอบกินไม้เป็นอาหาร ส่วนโปรโตซัวก็เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อยู่ในลำไส้ปลวกเช่นกัน ที่ 2 ตัวนี้แยกออกจากกันไม่ได้ก็เพราะ ถ้าหากโปรโตซัวไม่มีปลวกมันก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย และถ้าปลวกไม่มีโปรโตซัว ลองนึกภาพนะ แอนนา ปลวกกินไม้เป็นอาหาร ถ้าหากมันไม่มีโปรโตซัวย่อยไม้ของมันล่ะก็มันจะถูกไม้เสียบแทงทะลุตัวเองตา--- อุ่กกก!!!”

            ยาตะรีบเอามืออุดปากคุซานางิทันที

            “คุซานางิซัง พูดอะไรแบบนี้กับแอนนาไม่ได้นะ ! เธอยังต้องเติบโตไปเป็นสาวบริสุทธิ์ คุณมาพูดเรื่องสยองๆเลือดสาดมาทำให้แอนนาแปดเปื้อนแบบนี้ได้ไง !!”

            คุซานางิรีบดึงมือยาตะออก

            “เลือดสาด ? เห ? เธอเคยเห็นเลือดปลวกด้วยหรอ”

            “ไม่.. ไม่เคยครับ แต่ว่าถ้ามันไม่มีเลือดมันจะไปมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะครับ !!”

            “มันมีเลือดอย่างที่ยาตะจังพูดนะ แต่นายคิดว่ามันจะมีสีแดง พอโดนไม้เสียบนิดหน่อยก็เลือดสาดกระเซ็นขนาดนั้นเลยหรอ แย่จริง นี่ฉันทำให้แอนนาต้องแปดเปื้อนด้วยเลือดปลวกหรอเนี่ย....”

            หาได้รู้ไม่ว่าสาวน้อยที่เงียบกริบมาได้ เดินเท้าปึ้งๆรีบเดินออกไปจากห้องยาตะโดยไว เห็นได้ว่าแก้มเธอป๋องงอนผู้ชาย 2 คนกำลังคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้แถมยังจะมาเกี่ยวกับเธอเสียด้วย เห็นแบบนี้คนใดคนหนึ่งคงต้องรับผิดชอบ

            “เฮ้ !! อย่าพึ่งสิแอนนา เดี๋ยวฉันโทรบอกเจ้าคามาโมโตะซื้อขนมมาให้เยอะๆเลยนะ เดี๋ยวสิ ! เฮ้ !! กลับมาก่อน !!!!”

            เหมือนจะไร้ประโยชน์ สาวน้อยเดินลงไปชั้นล่างเสียแล้ว ยาตะหันกลับไปมองคุซานางิที่เผลอพูดอะไรที่ไม่รู้ตัวออกมาด้วยสายตาจิกหน่อยๆ

            “ครอบครัวเดียวกันนี่ครับ ? คุณไปง้อแอนนาเดี๋ยวนี้เลยนะ ผู้หญิงเวลาอารมณ์เสียมากๆน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดอีกนะครับ”

            “เห.. ได้ข่าวว่าเรื่องนี้ฉันกับเธอต้องไปง้อแอนนาด้วยกันนะ รู้สึก”

            “คุณนั่นแหละ คุซานางิ !” ยาตะโวยวาย

            “เธอเองก็เหมือนกัน !”

            เกิดการถกเถียงขึ้นเล็กๆน้อยๆในบาร์โฮมุระ ซึ่งวันนี้ยังคงดูเฮฮาและมีความสุขดี

 

            ในขณะที่ฝั่ง Scepter 4 .....

            “จากการตรวจสอบค้นหาหลักฐานแล้ว พบกระสุนปืน GRENADE เป็นกระสุนระเบิดธรรมดาซึ่งมีอานุภาพในการทำลายล้างสูงมาก ซึ่งผู้ก่อการร้ายน่าจะใช้ปืน M79 อัดกระสุนตัวนี้ลงไป ปืนตัวนี้เป็นปืนที่มี ฟังก์ชั่น ศูนย์เลเซอร์ ไฟฉาย และกล้องซูมเล็งเป้าหมายระยะกลางถึงไกล ใช้ในการยิงตึกเพื่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้สิ่งก่อสร้างพังทลายและตกลงมาใส่ผู้คนบริเวณใกล้เคียง”

            รองอาวาชิมะ ถือเอกสารรายงานเล่มใหญ่รายงานผลต่อหน้ามุนาคาตะ ราชาแห่ง Scepter 4 เขานั่งฟังแล้วพิจารณาตาม

            “ไม่น่าจะเป็นการก่อความวุ่นวายนะ” เขาพูดเสริมมานิดๆ

            “ค่ะ ตอนนี้ยังไม่ทราบเจตนาผู้ก่อการร้ายว่ามีเจตนาอะไร ขนาดมีปืนที่มีฟังก์กล้องซูมเล็งได้ถึงระยะไกล แต่กลับไม่ใช้ยิงเป้าหมายทั้งๆที่รัศมีการทำลายล้างของกระสุนก็มากพอสมควรอยู่ และในเวลาอันรวดเร็วคาดว่าน่าจะมีผู้ก่อการร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน”

            “ขอบคุณสำหรับข้อมูลในวันนี้นะ”

            “ค่ะ... แล้วหัวหน้ามีงานอะไรที่จะมอบหมายให้ดิฉันอีกคะ ?”

            “ผมคงให้คุณสืบเรื่องนี้ไปเรื่อยๆก่อนว่าเจตนาของคนร้ายคืออะไร ในเมื่อปืนที่ใช้คนธรรมดาไม่น่าจะได้ครอบครองมาง่ายๆ เพราะอย่างนั้นผมถึงได้ประหลาดใจ”

            “รับทราบค่ะ มีอะไรอีกไหมคะ ?”

            “งานนี้คงใช้เวลาอีกนาน ไม่มีแล้วล่ะ คงแค่นี้ก่อน”

            เธอก้มหัวน้อมรับคำสั่งพร้อมกับรีบไปปฏิบัติหน้าที่ของเธอต่อทันที มุนาคาตะซึ่งยังมองเอกสารรายงานอย่างจดจ่อเพราะมันจะไม่ได้มีเพียงแค่รายงานเอกสารนี้เพียงแค่เอกสารเดียว

 

....อีก 6 วัน... ที่ฟุชิมิ ซารุฮิโกะจะออกจากโรงพยาบาล....

....งานของ Scepter 4 ยังคงดำเนินต่อไป....

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

  • พระเอกของเราตอนนี้ยังไม่มีบทนะคะ ใจเย็นๆ ' w '
  • มาอัพด้วยความคึกคะนองของคนเขียนล้วนๆค่ะ ฮืออ *ไหนจะบอกจะสอบแล้ว*
  • อาจจะหายไปสัก 3 - 4 วันนะคะ ขอบคุณที่ยังติดตามค่ะ ^^
  • (มาสนองนี๊ดคนอ่านเล็กๆ แล้วจากไป ฮาา)

Comment

Comment:

Tweet

ยาตะ คิดถึงซารุ
ยาตะ เป็นห่วงซารุ
ยาตะ โวยวายเพราะซารุ
ยาตะ ปวดหัวเพราะซารุ

ยาตะ ต้องคิดถึงแต่ซารุเท่านั้นน้า~

#5 By yong-w- on 2013-03-04 15:32

อร้ายบยย ยาตัจังน่ารัก ะแต่ปลวกกับโปรโตซัวนี่อย่างฮา แปดเปื้อนเพราะเลือดปลวก อนาจใจแทนแอนนาเลย55 ตอนนี้ไม่มีลิงปีนต้นกล้วยอะ แต่ไม่เแ็นไรให้ชิวาว่าน้อยวิ่งเล่นไปก่อนอิอิ

#4 By k-myst on 2013-02-27 06:03

ว้าวๆๆๆๆๆ ใกล้สอบแล้วสู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้
ปูเสื่อนั่งรอลิง  55
ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านค่ะ สนุกมาเลย
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ

#3 By [ Lukpla = KIO ] on 2013-02-26 22:50

@wan-neon96 กร๊ากกก (สารภาพว่าตอนพิมพ์ไม่ได้รู้สึกอะไร 55555555555+) คำไหนรับไม่ได้บอกได้นะคะ (หรือคำไหนที่ฮาๆก็บอกได้ด้วยเช่นกัน) แอบสะพรึงขอบคุณมากนะคะ เม้น 3 เอนทรี่รวดเลย โฮ *กอด* //ไปฮึดฮัดกับหนังสือต่อ

#2 By Aloil ♠ Iyochan on 2013-02-26 20:59

เดี๋ยวๆ...เดี๊ยวก่อน ยาตะสะดีดสะดิ้งงั้นเรอะ = ="
ยาตะสะ-ดีด-สะ-ดิ้ง เชียวนะเธอว์ //ติดใจคำนี้มาก   
ปูเสื่อ นั่งรอซารุ ฮ่าาา
รีบๆอ่านหนังสือเรียนเน้อออ เดี๋ยวทำข้อสอบไม่ได้ //ชั้นสอบแล้วลาาา ลั้ลล้าเต็มทีี่
ขอให้โชคดีในการสอบ แล้วรีบมาปั่นฟิคต่อนะเออ
 _  Love U~ //โดนตรบ

#1 By WAN-NEON96 on 2013-02-26 20:46

ไม่อยู่ 6 วันนะคะ ' v ' ....