Aloil ♠ Iyochan View my profile

[Fic K Sarumi] Merge our minds (3)

posted on 02 Mar 2013 23:16 by capuchinoz in K-PROJECT directory Fiction

 

Warning : ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย ผู้ใดที่รับไม่ได้หรือไม่ชอบกด [x] ที่มุมขวาบนสุด
บนจอได้เลยค่ะ และเนื้อหามีการอ้างอิงถึงเนื้อเรื่องในอนิเมะจริงๆเล็กน้อย
เรื่องที่เขียนเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับ SS2 เลย
หากว่า SS2 ออกมาเมื่อไหร่จะก็ ลืมฟิคนี้ไปได้เลยค่ะ 5555555555555+
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
Merge our minds 
 
 
Fushimi Saruhiko x Yata Misaki
            

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

            เวลาผ่านล่วงไปแล้ว 3 วัน....

            ความวุ่นวายใน Scepter 4 ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพายุโหมกระหน่ำซัดภาระงานหลายๆอย่างถูกมอบหมายโยนทับถมเข้ามาใส่ตัวแต่ละคนในเวลาเดียวกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ มุนาคาตะ เรย์ชิ ‘ ความรับผิดชอบสูงสุดเป็นอันดับ 1 บรรยากาศที่เริ่มอึมครึมกำลังปกคลุมไปทั่วตึกอาคารเต็มไปด้วยรัศมีของมุนาคาตะ ทำให้ไม่มีคนไหนที่จะอยู่เฉยๆโดยไม่ทำงานของตนให้เสร็จให้ทันเวลาเลยแม้แต่คนเดียว

            “ยังไม่มีการเคลื่อนไหวเลยค่ะ หัวหน้า”

            รองอาวาชิมะ ได้แต่ตอบปากเปล่าโดยที่ไม่ต้องถือเอกสารรายงานเหมือนเมื่อก่อน

            “ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันหาเบาะแสอย่างเต็มที่ค่ะ”

             หญิงสาวยังยืนนิ่งรายงานต่อไป หลังจากที่เกิดเหตุไปไม่นาน เหตุการณ์ก็ดูเงียบลง ....เงียบจนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีทั้งเบาะแส ตัวคนร้าย การเคลื่อนไหวใดๆที่พอจะเป็นข้อมูลให้เธอรายงานอย่างที่เคยเป็น มีเพียงครั้งนี้ที่มุนาคาตะมองเอกสารกองใหญ่แทน

            “งานที่หัวหน้าบอกว่าจะเริ่มหลังจากฟุชิมิคุงออกจากโรงพยาบาลคืออะไรคะ?”

            เธอถามกลบความเงียบของราชาที่ได้แต่มองเอกสารแผ่นหนึ่งที่อยู่ในมือ เขาขยับแว่นเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเอกสารให้รองอาวาชิมะดู

            “แน่นอนว่าผมได้มอบหมายงานคุณตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ เท่าที่ทราบตอนนี้มีแค่พบลูกกระสุนระเบิดแบบธรรมดาที่ใช้ยิงตึกเพื่อให้เกิดความเสียหาย เป็นไปได้ไหมว่ามันจะมีอะไรนอกจากนี้อีก”

            เขาหยิบลูกกระสุนแบบธรรมดาที่พบอีกที่หนึ่งให้หญิงสาวที่อยู่ข้างหน้ารับไปดูอีกครั้ง เธอรับมาพิจารณามองลูกกระสุนอย่างถี่ถ้วน มันเป็นกระสุนธรรมดาสภาพเละจนดูไม่ได้ ทว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างสลักเอาไว้ ทำให้เธอพอจะนึกอะไรบางอย่างออก

            “ดูเหมือนกระสุนตัวนี้ถูกสลักเป็นชื่อนะคะ”

            “ครับ ท่าทางผู้ก่อการร้ายจะไม่ได้มีแค่ 2-3 คนแล้วสิ อาวาชิมะคุง”

            “เท่าที่ดูแล้ว น่าจะเป็นชื่อองค์กรอะไรสักอย่าง... แต่ด้วยสภาพที่เละขนาดนี้ไม่สามารถที่จะเดาออกได้จริงๆค่ะ จะเป็นไปได้ไหมว่า เหตุที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องขององค์กรด้วยกัน Scepter 4 ? Homra ?หรือว่าน่าจะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล ถ้าไม่เป็น ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ ก็คงเป็น ยาตะ มิซากิ”

            “เพราะงั้นผมถึงได้อยากรู้ว่าฟุชิมิคุงเคยไปมีปัญหากับใครหรือเปล่า นี่อาจจะเป็นเบาะแสก็ได้นะ”

            “ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครจะเป็นไปได้หรอคะ?”

            “ตัดสินอะไรแค่ภายนอกไม่ได้หรอกคุณ เพราะคนอย่างฟุชิมิคุงน่ะ ผมว่าเป็นคนที่จริงๆแล้วยังมีอะไรที่ทั้งผมและคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้นะ เรื่องนี้ไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”

            เขาพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะลุกขึ้นพร้อมกับหยิบเอกสารติดตัวไปด้วย หญิงสาวได้เพียงแค่มองตามคนที่กำลังจะเดินออกไปข้างนอก

            “งานกำลังจะเริ่มแล้ว... คุณจะไปโรงพยาบาลกับผมไหม ?”

            …….

            คงเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยอยากมีใครมาเท่าไหร่... ถ้าไม่จำเป็น

            ยิ่งบริเวณไหนในโรงพยาบาลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาแล้ว คงเป็นสิ่งที่หลายๆคนอยากจะหลบเลี่ยงไปมากที่สุด สำหรับกลิ่นนั้นยังพอทนได้ แต่ถ้าอยู่กับคนไข้มีอาการทางจิตมารวมตัวกันมากๆแล้ว ที่นี่คงเป็นสถานที่ที่น่ากลัวมากที่สุดแห่งหนึ่งที่ไม่มีคนปกติที่ไหนอยากจะเข้ามาเยี่ยมเยียนเท่าไหร่นัก มุนาคาตะและอาวาชิมะไม่รีรอ รีบเดินผ่านผู้คนเหล่านั้นไป ถึงจะมีเพียงไม่กี่คนที่ออกมาเดินเล่น ยังไงเสียมันก็ไม่ได้มีธุระอะไรกันอยู่แล้ว พวกเขาจึงรีบไปยังห้องของหัวหน้าหน่วย ‘ ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ ‘ ทันที

            “จิตแพทย์นี่สุดยอดมากเลยนะคะ ที่สามารถอยู่กับคนพวกนี้ได้....” อาวาชิมะมองไปรอบๆ

            “ก็สมกับเงินเดือนดีนะ” มุนาคาตะหัวเราะ

            ระหว่างทางเดินมองหาห้องอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

            “อ่า.... มุนาคาตะซัง ใช่ไหมครับ ?”

            นายแพทย์คนหนึ่งทักขึ้นมา เสียงที่คุ้นเคยเรียกชื่อเต็มยศ มุนาคาตะจำได้ดี หมอที่รับผิดชอบ ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ เดินมาหาพร้อมกล่าวสวัสดีทักทาย ทั้ง 2 คนโค้งให้ตามมารยาท

             “ใช่ครับ ดูเหมือนลืมแนะนำไป นี่ผู้ช่วยของผม อาวาชิมะ เซริ ครับ” มุนาคาตะแนะ

             “ยินดีที่ได้รู้จักครับ มาเยี่ยมฟุชิมิคุงสินะ”

             “ค่ะ อาการดีขึ้นไหมคะ ?”

             เขาส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มเจื่อนๆตอบกลับมา

             “น่าแปลกใจ ที่รายนี้ยังไม่มีแววว่าอาการจะดีขึ้น คนไข้คงเก็บสะสมความรู้สึกมาเรื่อยๆ จนทำให้กลายเป็นเรื่องยากที่จะแก้ อีกอย่างคือหมอคิดว่าคนไข้เป็นคนที่เข้าถึงยากนะครับ ทั้งยังมีความรู้สึกยึดติดและผูกมัดกับใครบางคนไว้ ทำให้ตัวคนไข้เองไม่ต้อนรับคนอื่นที่จะเข้ามาใหม่ในชีวิต หรือไม่ก็น้อยมากที่เขาจะเปิดใจ”

            “ฟุชิมิคุงก็เป็นคนอย่างนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะครับ หมอรักษาเขายังไงบ้างครับ ?”

            “หมอเป็นคนนอก ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก มีเพียงต้องให้กินยาลดความเครียดบ้าง เวลาเจอหมอถ้าเขาไม่บ่นถามหา มิซากิ ก็จะเงียบนอนหลับอยู่เฉยๆ พอตื่นมาก็จะมีอาการแบบเดิม อย่างที่รู้ๆกันว่าการบำบัดจิตส่วนมากต้องใช้การพูดคุยสื่อสารปรับความเข้าใจกัน แต่หมอไม่สามารถคุยกับคนไข้รายนี้ได้เลย เพราะเขาไม่ไว้ใจหมอ ถ้าเป็นการบำบัดแบบใช้ภาพหรือเสียง คนไข้รายนี้ก็จะรำคาญ ถึงกับขั้นบางทีก็ขว้างมันออกไปเลยด้วยซ้ำ หมอเลยต้องคอยเอาใจเหมือนดูแลเด็กเลยครับ”

            “เมื่อวันนั้นผมเองก็ไม่ได้เข้าไปดูอาการ ขอผมเข้าไปเยี่ยมคนไข้ได้ไหม ?”

            “เชิญตามสบายครับ ถ้าคนไข้มีอาการผิดปกติยังไง เรียกหมอได้เลยนะครับ หมอรับคนไข้เคสนี้ไว้เป็นเคสพิเศษ”

            “ขอบคุณมากนะครับ”

            มุนาคาตะเคาะประตูเบาๆก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง เห็นเพียง ‘ ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ ‘นั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง ชุดถูกเปลี่ยนเป็นชุดผู้ป่วยสีขาวประจำโรงพยาบาล กำลังเหม่อมองออกไปข้างนอก ส่วนบาดแผลก็ได้รับการรักษาเป็นอย่างดี ทั้ง 2 คนค่อยๆเดินไปยังเตียงผู้ป่วย อาวาชิมะไม่ลืมที่จะแวะซื้อของฝากผลไม้เล็กๆน้อยๆ ถึงฟุชิมิจะอายุน้อยกว่าเธอ แต่ก็เป็นถึงหัวหน้าหน่วยและผู้ร่วมงานที่ปฏิบัติหน้าที่มานานพอสมควร

            “ฟุชิมิคุง อาการเป็น----“

            “มิซากิ อยู่ไหนครับ ?”

            ไม่ทันที่มุนาคาตะจะได้ถามถึงอาการ ฟุชิมิก็พูดชิ่งตัดทันที สายตายังคงมองออกไปข้างนอก ไม่ได้สนใจผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ Scepter 4 รวมถึงของที่อาวาชิมะเอาของมาวางไว้ข้างๆ ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเบี่ยงเบนความสนใจมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

            “นี่ ฟุชิมิคุง ฟัง...”

            “มิซากิ อยู่ไหนครับ ?”

            “ฟุชิมิคุง...”

            “มิซากิ อยู่ไหนครับ ?”

            “คงไม่ต้องให้ผมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดใช่ไหม ?”

            มุนาคาตะเริ่มตอก ฟุชิมิเงียบไปสักพัก ไม่แน่นี่อาจจะเป็นสงครามเล็กๆในโรงพยาบาลก็ได้

            “จิ๊... ผมถามว่า มิซากิ อยู่ไหนครับ ?!” ฟุชิมิยังคงยิงคำถามเดิม ทว่าคราวนี้ยอมหันกลับมาฟังฝ่ายตรงข้ามแล้ว ถึงแม้จะแสดงอารมณ์ไม่ค่อยพอใจ

            “ฟุชิมิคุง ห้ามพูดอะไรแบบนี้กับหัวหน้านะ !! รักษามารยาทหน่อยสิ”

            “เดี๋ยวก่อนอาวาชิมะคุง เธอก็น่าจะรู้อาการของฟุชิมิคุงดีนี่ครับ” มุนาคาตะห้าม

            “ขออภัยค่ะ”

            “ถามว่า มิซากิ อยู่ไหนงั้นหรอ ? ฟุชิมิคุงอยากรู้ไหมล่ะ ?”

            ตามคาด... ฟุชิมิกลับมามองมุนาคาตะด้วยแววตาที่สนใจมากกว่าเดิมเหมือนเด็กกำลังรอผู้ใหญ่เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน ความคิดเหลวไหลเรื่องอื่นนอกจากงานใน Scepter 4 เริ่มผุดขึ้นมาในหัวทันที เพื่อที่จะช่วยคนจิตป่วยรายนี้น่ะนะ

            “ตอนนี้เขาอยู่ไหนครับ ?”

            “เธอจะได้รับคำตอบก็ต่อเมื่อตอบคำถามของผมก่อน”

            “จิ๊....”

            “ฟุชิมิคุง... สาเหตุหลักๆที่ผมพอจะรู้เลยก็คือ เธอพยายามตามหาเด็กที่ชื่อว่า ‘ ยาตะ มิซากิ ‘ อยู่ใช่ไหมครับ ?”

            “พวกเขาอายุเท่ากันค่ะ หัวหน้า ไม่ใช่เด็ก” อาวาชิมะกระซิบ

            “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าฟุชิมิคุงพอจะตอบผมได้ไหมว่า ตอนนี้เธอทั้ง 2 คนมีความสัมพันธ์แบบไหนกัน ?”

            “ศัตรู” ฟุชิมิยิ้ม

            “สถานะก่อนหน้านี้ละครับ ?”

            “เพื่อนสนิท”

             ฟุชิมิหน้าบึ้งลงทันทีเหมือนเจ้าตัวไม่ค่อยจำใจจะตอบมันสักเท่าไหร่ จากสถานะที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกลับกลายไปเป็นศัตรูกันคงเป็นเรื่องซับซ้อนที่ยากจะเข้าใจ

            “เข้าใจละ งั้นคำถามต่อไป ตอนนี้เธอเคยไปมีเรื่องกับใครนอกจากยาตะ มิซากิหรือเปล่า ? ไม่ว่าจะกรณีใดๆที่เป็นการขัดแย้งส่วนบุคคล ตอบตามความจริงด้วยนะครับ ฟุชิมิคุง”

            “ไม่มีใครนอกจากมิซากิ”

            ไม่รู้ว่าควรจะเชื่อหรือไม่ หรือคิดผิดที่ถามคนกำลังจิตป่วยใจที่มีเพียงแต่ ‘ มิซากิ ‘ มันจะไปได้คำตอบตามความเป็นจริงได้อย่างไร วันนี้อาจจะได้เพียงข้อมูลของอาการคนไข้ก็เท่านั้น ควรจะรอให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วค่อยสอบถามหาความจริงใหม่สินะ มุนาคาตะ คิด

            “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะครับ ฟุชิมิคุง”

            มุนาคาตะยิ้มให้เล็กน้อย แต่กลับได้สายตาที่มองมาทวงถามหาข้อตกลงที่ให้เมื่อกี้คืนมา ยิ่งเกิดอาการแบบนี้ฟุชิมิเองก็ไม่ได้สนใจใครอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม อาวาชิมะก็ได้เพียงแต่วางผลไม้ไว้ข้างๆโต๊ะคนไข้ กะจะปลอกผลไม้ให้ แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจขอยืนอยู่เงียบๆก็แล้วกัน

            “อ๋อ เรื่องคำตอบของผมไม่ต้องกลัวนะครับ ถ้าให้เลือกระหว่าง ‘ ผมตอบว่า มิซากิ อยู่ไหน ‘ กับ ‘ ผมจะให้เขามาพบคุณโดยตรง ‘ ฟุชิมิคุงอยากได้คำตอบแบบไหน คงไม่ต้องให้ผมเลือกให้ใช่ไหมครับ ?”

            เมื่อตกลงกันได้ดี ทั้ง 2 คนจึงเดินออกจากห้องของฟุชิมิ ปล่อยให้คนป่วยนอนสงบสติอารมณ์ต่อไป มุนาคาตะยิ้มนึกบางอย่างออก และนี่คือสิ่งที่เขาอยากจะพูดมานานแล้ว....

            “ได้เวลาทำงานของคุณแล้วสิ อาวาชิมะคุง”

            “ให้ไปสืบหาเบาะแสคนร้ายต่อหรอคะ ?”

            “นี่แสดงว่าคุณยังไม่ได้อ่านเอกสารที่ผมให้คุณก่อนจะมาที่นี่สินะ งั้นผมจะสั่งตอนนี้เลยก็ได้ คุณมีเบอร์เจ้าของบาร์ Homra ใช่ไหม ?”

            เป็นคำถามเรียบง่ายและเป็นคำสั่งที่แลดูเหมือนยัดเยียดในเวลาเดียวกัน เมื่อเธอได้ยินคำว่าเจ้าของบาร์ก็หน้าแดงขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว

            “คุณจะทำยังไงวิธีไหนก็ได้ แต่คุณต้องทำให้ ‘ ยาตะ มิซากิ ‘ มาเยี่ยมฟุชิมิคุงวันพรุ่งนี้ ผมอนุญาตให้คุณหยุดเรื่องการหาเบาะแสในวันนั้นไปก่อน เอาเป็นว่านี่เป็นภารกิจแรกนะ”

            เธอหน้าซีด... ก่อนจะหยิบเอกสารก่อนหน้านี้ที่หัวหน้าของเธอให้มา ในเอกสารเต็มไปด้วยตัวหนังสือเต็มไปหมด และดูเหมือนจะไม่ได้เพียงแค่ภารกิจเดียว

            “แต่มีอยู่อย่างนึง... คุณห้ามบอกว่า ฟุชิมิคุง ป่วยโรคอาการทางจิต บอกเขาไปเพียงแค่ว่าฟุชิมิคุงต้องพักฟื้นอยู่โรงพยาบาล ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่จะทำให้เจ้าของบาร์พา ‘ ยาตะ มิซากิ ‘ มาโรงพยาบาลให้ได้ นั่นก็คงเป็นหน้าที่ที่คุณต้องรับผิดชอบเอง อาวาชิมะคุงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดอยู่แล้ว ผมเชื่ออย่างนั้น”

              เห็นเป็นหัวหน้าขนาดนี้ใช่ว่าทุกคำพูดจะสวยหรูตลอดไป ทุกคำย่อมแฝงเล่ห์นัยเจตนาออกมาอย่างชัดเจน ทำให้เธอต้องน้อมรับคำสั่งแล้วรีบปฏิบัติหน้าที่ ‘ ภารกิจ ‘ ใหม่ของมุนาคาตะโดยไม่สามารถที่จะขัดคำสั่งใดๆ

 

......อีก 3 วัน ที่ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ จะออกจากโรงพยาบาล.......

......ภารกิจและการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างกำลังจะเริ่มขึ้น !!......

 

- - - - - - - - - - - - - - - -

แอบขำตัวเองเขียนนิดนึง

             “พวกเขาอายุเท่ากันค่ะ หัวหน้า ไม่ใช่เด็ก” อาวาชิมะกระซิบ (ว่ายาตะจังเป็นเด็กไปได้นะคะ 5555)

            “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ (อันที่จริงคือเนียน ?) เอาเป็นว่าฟุชิมิคุงพอจะตอบผมได้ไหมว่า ตอนนี้เธอทั้ง 2 คนมีความสัมพันธ์แบบไหนกัน ?”

 

 

  • สอบวันแรกเสร็จแล้วค่ะ ขอโทษที่หายไปนาน รีบฮึดมาแต่งต่ออย่างไว
  • ตอน 4 จะพยายามคลอดให้ได้ในเร็ววัน
  • ขอบคุณที่ติดตามค่าา ♥
  • ปล. ง่วงมาก ขอตัวไปก่อนนะคะ /ตรงไหนผิดจะแก้พรุ่งนี้เช้านะ เบลอมากกก

Comment

Comment:

Tweet

Aloil ♠ Iyochan แฮะๆ ไม่เป็นไรคะ สู้ๆนะคะ^^

#6 By yong-w- on 2013-03-04 22:14

@yong-w- เปิด Exteen มาตกใจเลยค่ะ /ไม่เคยเห็นแถบแจ้งเตือนพุ่งพรวดขึ้นมาขนาดนี้ 55555555  ตอนนี้กำลังปั่นตอน 4 อยู่เลย แอบสะพรึงเห็นเม้นทุกตอนเลย โฮ *ดีใจ ?* ซาบซึ้งมากกก ขอบคุณมากๆนะคะ 

#5 By Aloil ♠ Iyochan on 2013-03-04 18:37

ฟุชิมิ รักยาตะมากขนาดนั้น
คนร้ายต้องการจะเล็งมาที่ใคร
คงต้องอ่านต่อไปนะคะ~

#4 By yong-w- on 2013-03-04 15:41

สู้ต่อไปค่ะ>v<

#3 By k-myst on 2013-03-03 14:39

@pokemonnoon คอมเม้นท์ได้ใจไปเลยค่ะ 55555555555555 นั่นสิ ถ้าเป็นยาตะจังล่ะก็ ความซวยของคนร้ายจะทวีคูณเป็นสามสี่เท่า (โหดที่สุดก็ลิงเราเนี่ยแหละ) ลิงยังพอเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าใครมาทำกับชิวาว่าน้อยมันยอมไม่ได้จริงๆ ขอบคุณนะคะ /ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยค่ะ ฮรือ

#2 By Aloil ♠ Iyochan on 2013-03-03 12:07

กรี้ดกรี้ดด แบบว่าในใจลิงมีเพียงชิวาว่าา เข้าขั้นโรคจิตเลยที่เดี่ยว55 อะแหม เซริกะมุนาจี้ทำตัวเป็นแม่สื่อที่ดีสินะ! ส่วนคนร้ายนะจ้องซารุเราไม่ห่วงเพราะลิงมันคงเจียนอย่างรวดเร็วแล้วเผลอๆคงไม่ได้มีเรื่องกับใครเขาหรอก แต่ถ้าจ้องยาตะจังที่แสนน่ารักล่ะก็ไอ้คนร้ายเอ้ย โดนทั้งลิงทั้งแม่ยกกระทืบแน่55 สอบสู้ๆค่ะ รอต่นต่อไป~~

#1 By k-myst on 2013-03-02 23:49

ไม่อยู่ 6 วันนะคะ ' v ' ....