Aloil ♠ Iyochan View my profile

[Fic K Sarumi] Merge our minds (4)

posted on 05 Mar 2013 11:35 by capuchinoz in K-PROJECT directory Fiction

 

Warning : ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย ผู้ใดที่รับไม่ได้หรือไม่ชอบกด [x] ที่มุมขวาบนสุด
บนจอได้เลยค่ะ และเนื้อหามีการอ้างอิงถึงเนื้อเรื่องในอนิเมะจริงๆเล็กน้อย
เรื่องที่เขียนเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับ SS2 เลย
หากว่า SS2 ออกมาเมื่อไหร่จะก็ ลืมฟิคนี้ไปได้เลยค่ะ 5555555555555+
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
Merge our minds 
 
 
Fushimi Saruhiko x Yata Misaki
            

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

            เช้าวันหยุดแสนสดใสถูกพังทลายลง เมื่อ ยาตะ มิซากิ ถูกฉุดกระชากลากถูให้ลุกออกจากเตียง เบิกตามองดูโลกของวันใหม่และถูกลากมายังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เขาพึ่งออกจากโรงพยาบาลไปหมาดๆ อีกอย่างคือ ณ ตอนนี้อยู่หน้าประตูคนป่วยคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีแววที่ยาตะอยากจะก้าวหรือเข้าไปเหยียบย่างมันเลยสักนิด ข้างหลังเขายังมี คุซานางิ เจ้าของบาร์ Homra สาวไร้ใจอาวาชิมะ และนายแพทย์คนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน ทั้ง 3 คนกำลังยืนกดดันให้ยาตะเปิดประตูเข้าไปหาคนที่เกลียดแสนเกลียดให้เข้าไปข้างในให้ได้

            “สู้ๆนะ ยาตะจัง ~”

            คุซานางิส่งเสียงเชียร์ให้ร่างเล็กไปรับชะตากรรมต่อข้างหน้า ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเขาถึงพายาตะมาที่โรงพยาบาลอย่างง่ายดาย เพราะอาวาชิมะก็ได้ใช้คำว่า ‘ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่จะทำให้ ‘ ยาตะ มิซากิ ‘ มาโรงพยาบาลให้ได้ ‘ มาใช้กับคุซานางิ ชายหนุ่มที่โดนมนต์สะกดต้องจำใจยอมทุกวิถีทางเพื่อที่จะพายาตะมาโรงพยาบาลไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม

            “ค่ะ เรียบร้อยแล้วค่ะ หัวหน้า”

            ส่วนสาวไร้ใจได้แต่ยิ้มมองคุซานางิที่กำลังหน้าซีดหน้าเซียวไม่รู้ตัวเองทำอะไรลงไป เธอได้รับเพียงแค่คำชมจากปลายสายก็เท่านั้น แววตาที่เธอมองไปหาชายหนุ่มเป็นเชิงบอกว่า ‘เลิกสงสัยแล้วก็ห้ามถามด้วย !! เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ Scepter 4 หรอกนะ ยังไงก็ขอบคุณที่ทำให้ภารกิจแรกสำเร็จไปง่ายดาย ‘

            “ทำไมผมต้องเข้าไปหามันด้วยล่ะ ?” ยาตะยังไม่มีแววที่จะเข้าไป

            “แหม ก็เพื่อนกันนี่ ซารุบาดเจ็บหนักเลยต้องอยู่รักษาที่โรงพยาบาลนาน เธอก็ควรจะเข้าไปเยี่ยมเพื่อนบ้างนะ”

            “มันไม่ใช่เพื่อน !”

            ยาตะโวยวายใส่ คุซานางิมองไปหาสาวไร้ใจแบบหมดทางเลือกพร้อมส่งเสียงเบาๆ ‘ เซริจัง ‘ ทว่ากลับได้สายตาเฉยเมยตอบกลับมา เขาเลยได้เพียงแต่ผลักร่างเล็กที่กำลังโลเลให้เข้าไปในห้องก็เท่านั้น

            “รู้สึกว่าคนป่วยอยากจะเจอคุณน่ะครับ” หมอที่อยู่ข้างๆตอบ

            “อยากเจอ ?”

            “เอานา ยาตะจังเข้าไปเถอะ เพื่อนทั้งคน” คุซานางิเริ่มช่วย

            “ทำไมผมต้องเข้าไปล่ะ ผมก็บอกคุณแล้วไงว่ามันไม่ใช่เพื่อน!”

            อยู่ๆคุซานางิก็เปลี่ยนโหมดจากพยายามเซ้าซี๊กลายเป็นเข้มขรึมขึ้นมาทันที สายตาที่ลอดแว่นบ่งบอกได้ถึงความไม่พอใจกับเด็กดื้อไม่ยอมฟังคำสั่งของผู้ใหญ่ เขาตบบ่าร่างเล็กเบาๆพร้อมกับเตือนสติ

            “ยาตะจังฟังนะ... สำหรับตัวเธอแล้ว ถ้าวันไหนสักวันคนที่เธอเคยมีเรื่องเข้ามาทำร้ายหรือทำให้บาดเจ็บล่ะก็ เธอรู้อยู่แก่ใจดีว่าเธอเคยไปมีเรื่องกับเขา ไม่มีใครหรอกที่อยู่ๆจะเข้ามาทำร้ายเธอกะทันหัน Homra ไม่มีทางที่จะหาเรื่องใครโดยที่ไม่จำเป็นหรือไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว"

           คุซานางิเว้นจังหวะ

           “แล้วเธอก็รู้ว่าซารุ... อาจจะตายด้วยน้ำมือ ‘ ของคนที่ไม่รู้จัก ‘ และมันอาจจะแย่ไปกว่านั้นเพราะหน้าที่ของเขา เขาอาจจะตายโดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายนั้น ‘ ไม่รู้จักกันทั้งคู่ ‘ ก็เป็นไปได้... พวกเรายังพอป้องกันตัวเองเพราะรู้ว่าศัตรูเป็นใคร ในขณะที่ซารุทุกวินาทีเวลาทำงานมันก็เป็นนาทีชีวิตทั้งนั้น ถึงเธอจะเกลียดเขา แต่คงไม่อยากให้เขาจากไปใช่ไหม ?”

            เสียงเทศน์ยาวของคุซานางิทำเอายาตะอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะหงอยลงเหมือนสุนัข เขาตัดสินใจเปิดประตูห้องที่มีป้ายชื่อว่า ‘ ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ ‘ เข้าไปโดยทันที บรรยากาศที่เริ่มก่อตัวขึ้นทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วน มองร่างสูงที่กำลังเหม่อมองไปข้างนอก ฟุชิมิไม่ได้สนใจเสียงประตูที่เปิดเข้ามาเท่าไหร่ ยาตะได้แต่นั่งลงบนโซฟา

            ....ผ่านไปประมาณ 10 นาที ยังไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมปริปากพูดออกมา

            “เอ่อ คนนี้คือ ยาตะ มิซากิ เจ้าของชื่อที่คนไข้ถามหาใช่ไหมครับ ?”

            “ใช่แน่นอนค่ะ ...ทำไมเขาไม่พูดอะไรเลยล่ะ ?”

            “หมอว่ารอดูอาการต่อไปเถอะครับ ว่าคนไข้จะแสดงอาการยังไง ถ้ามันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หมอจะเข้าไปเอง”

            คนที่มองผ่านกระจกห้องได้แต่พากันงง.....

            กลับมาที่ห้องผู้ป่วยอีกครั้ง 10 นาทีต่อมา ฟุชิมิเองก็เริ่มหันมามองยาตะบ้างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร บางทีก็มองยาตะ บางทีก็มองออกไปข้างนอก สลับกันไปมา จนร่างเล็กที่นั่งอยู่บนโซฟาเริ่มหมั่นไส้ ลองเดินผ่านมันไปมาก่อกวนเล่นๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายยอมพูดเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายก็ต้องเป็นเขาเองที่ต้องปริปากพูดขึ้น

            “สวัสดี ไอ้ลิงบ้า !”

            ช่างเป็นคำทักทายที่เหมาะสมกับกาลเทศะ ยาตะทักอีกคนด้วยความหมั่นไส้ ฟุชิมิหันกลับมาจับจ้องที่ยาตะคนเดียวด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

            “สวัสดี....” ฟุชิมิตอบ

            “เป็นไงบ้าง”

            “สบายดีมั้ง”

            “นี่แกอยู่โรง’บาลมากี่วันแล้ววะ ?”

            “ห้า”

            “แล้วดีขึ้นยัง ?”

            “ดีขึ้นแล้ว”

            เป็นคำตอบที่น่าภูมิใจ ถามคำตอบคำ ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ทั้ง 2 คนได้เพียงแค่จ้องแข่งกันเฉยๆ ลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายปริปากพูดขึ้นมาอีก

            สุดท้ายก็มาจบที่ยาตะ....

            “แกจะเงียบทำไม มีเรื่องที่จะพูดเยอะไม่ใช่รึไง ?”

            “นั่นสินะ...”

            “ก็พูดมาสิ” ยาตะเริ่มงัดข้อ

            “เฮ้ออออ”

            “มาฮงมาเฮ้อ ! ฉันไม่มีของฝากอะไรให้แกหรอกนะโว้ย ไม่ต้องทวง แค่มาเยี่ยมเฉยๆ ถือว่ามาดูอาการลิงกำลังนอนโทรมอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ”

            “ก็ไม่ได้ต้องการของฝากนี่ อย่าร้อนตัวได้ไหม”

            “ร้อนตัวอะไร... นี่แก !!!”

            ยาตะพยายามหาของเขวี้ยงใส่คนไข้ แต่ลืมไปมันป่วยอยู่ ไม่ได้ๆ เขาเลยได้แต่สงบสติอารมณ์มองสิ่งรอบข้างแทนมองลิงกวนประสาท แต่แล้วก็สะดุดตากับตะกร้าผลไม้ขนาดใหญ่อันหนึ่งตั้งสง่าอยู่บนโต๊ะข้างๆอีกฝั่งของเตียง ทำให้เขารู้สึกเอะใจอะไรขึ้นมา

            “เห ? ไม่น่าเชื่อ ว่าคนอย่างแกจะมีคนมาเยี่ยมเหมือนกันนะเนี่ย แถมราคาน่าจะแพงซะด้วย ?”

            “.....”

            “รึว่าเป็นง่อย ปลอกกินเองไม่ได้ เฮ้อ... เอาเป็นว่านี่เป็นของฝากที่ไม่ต้องลงทุนอะไรละกัน ไหน มีดอยู่ไหน ยาตะการาสุผู้นี้นี่แหละจะปลอกให้แกกินเอง จำไว้เป็นบุญคุณซะ !”

            ”อยู่ตรงนู้น”

            ฟุชิมิชี้ตำแหน่ง ยาตะเดินไปหยิบมีดมาแล้วปลอกแอปเปิ้ลลูกแรกออกอย่างง่ายดาย ในขณะที่ปลอกเหมือนพึ่งนึกออกมาไอ้หมอนี่ไม่กินผัก... ว่าแต่มันจะกินผลไม้ไหม ? อืม..มันเป็นลิง ลิงกินกล้วย กล้วยเป็นผลไม้ ด้วยความที่ไม่อยากเสียน้ำพักน้ำแรงอุส่าห์ปลอก พอปลอกเสร็จก็รีบยัดเข้าปากคนไข้ทันที

            “แอปเปิ้ลมีประโยชน์มากนะรู้ไหม กินๆเข้าไปจะได้แข็งแรงนะ ซารุ ~”

            ถึงเจ้าตัวจะไม่รู้ว่าสรรพคุณว่ามีไรบ้าง แต่รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้แกล้งคนที่รู้สึกหมั่นไส้มานาน ทำเอาฟุชิมิสำลักออกมา ยาตะถึงได้หยุดการกระทำ

            “ติดใจหรอ เดี๋ยวฉันปลอกให้แกกินอีกทีก็ได้นะ ยินดี”

            “หึ....”

            “หัวเราะไรของแก ถ้าไม่ชอบล่ะก็ปลอกกินเองแล้วกัน”

            “เพราะทำแบบนี้แหละ ในอนาคตจะไปมีสาวมาชอบได้ไง”

            “เฉพาะกับแกนั่นแหละ เงียบแล้วก็หุบปากไปเลย !”

            สงครามเย็นเกิดขึ้น ฟุชิมิได้แต่ยิ้มมีความสุขเมื่อเห็นท่าทางอาการของอีกฝ่ายเวลาโมโห ที่พยายามเถียงแค่ไหนก็ต้องยอมแพ้ทุกคำพูดของเขาทุกครั้ง ยิ่งทำให้ฟุชิมิรู้สึกสนุกมากกว่าเก่า  ยาตะพยายามใจเย็นเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พูดไปก็เท่านั้น สู้อยู่นิ่งๆเสียดีกว่า

            “ว่าแต่... อาการแกหนักขนาดนั้นเลยหรอ ถึงต้องอยู่โรงพยาบาลตั้ง 5 วัน ?”

            “หึ ไม่รู้สิ อยู่นี่น่าเบื่อจะตายไป”

            “คนขี้เบื่อ มันจะอยู่ที่ไหนมันก็น่าเบื่อนี่ เนอะ?”

            “คนไม่รู้สึกตัว ทำยังไงมันก็ไม่เคยรู้สึกตัวอยู่เหมือนกันนี่ ?”

            “หมายความว่ายังไง ?”

            “คนอย่างมิซากินี่หัดเข้าใจอะไรง่ายๆบ้างนะ เฮ้อ”

            “แกจะยั่วโมโหฉันว่างั้นเหอะ”

            ในความคิดฟุชิมิ ยาตะเหมือนกำลังจะโวยวายอีกครั้ง แต่ผิดคาดยาตะเงียบลงสงบใจได้เป็นพิเศษ มือยังคงปลอกแอปเปิ้ลต่อไป ทุกอย่างถูกจัดเรียงบนจานธรรมดา แต่ด้วยความที่มีฝีมือทางด้านการตกแต่งมันกลับทำให้ดูน่ากินเข้าไปอีก

            “ปลอกให้แล้ว กินเองก็แล้วกัน แกจะได้ไม่เสียประวัติ ว่าโดนฉันจับแอปเปิ้ลกรอกปากแกตายหรอกนะ” ยาตะหัวเราะ

            “ขอบคุณ”

            “อ่อใช่ ฉันออกจากโรงพยาบาลตั้งหลายวันแล้ว ไม่คิดว่าแกจะอยู่ต่อนานขนาดนี้ โชคยังเข้าข้างนะที่ยังไม่ตาย”

            “หึ.... คงงั้นล่ะมั้ง”

            “ถามจริง แกเอาตัวบังฉันตอนเกิดระเบิดใช่ไหม ?”

            “....”

            “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ ...ขอบคุณเหมือนกัน ฉันขอตัวก่อนล่ะ โดนปลุกลากสังขารมาหาแกแต่เช้า ง่วง อยากนอน ! บายย ไอลิงบ้า หายไวๆ อย่าพึ่งตายซะล่ะ”

            พอร่างเล็กทำท่าจะหันไป ร่างสูงก็สวมกอดเข้าทันที ยาตะรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว จะเดินก็ไม่ได้ ยิ่งขยับ ฟุชิมิยิ่งกอดแน่นเข้าไปใหญ่

    “เฮ้ย เป็นอะไรของแกไป ซารุ ? ปล่อย... ฉันจะกลับแล้ว”

            “...ต้องอยู่ที่นี่”

            “ฉันอยู่กับแกตีกันตายพอดี แกยังไม่หายดีไม่ใช่รึไง เฮ้ยย ปล่อยสิวะ !!”

            “...นายต้องอยู่ที่นี่ อยู่กับฉันเท่านั้น กับฉันเท่านั้น ! ไม่มีใครนอกจากนี้ มิซากิ !!!”

             น้ำเสียงที่เน้นหนัก ทำให้ยาตะเกิดอาการกลัวขึ้นมา มันเป็นน้ำเสียงที่จริงจัง ยิ่งเป็นคนที่กำลังสวมกอดไม่ยอมให้ไปไหน จะเอาจริงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ มันเป็นคำพูดที่แฝงความหมายหลายๆอย่างไว้... จนมันทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ยาตะเริ่มเกร็งรู้สึกได้ถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่กำลังสะท้อนให้รับรู้ถึงความต้องการที่แท้จริง

            “ฉันชอบหน้านายเวลาแบบนี้นะ มิ~ซา~กี้~~….”

            เสียงกระซิบเบาๆแนบข้างหูอีกฝ่าย ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคำเดิมๆของฟุชิมิเริ่มตอกย้ำความคิดของยาตะให้เขาจดจำมันเข้าไปเรื่อยๆ ร่างกายเริ่มแข็งทื่อไม่ยอมเคลื่อนไหวบวกกับหัวใจที่กำลังเต้นถี่อย่างรุนแรง เป็นจังหวะพอๆกับเสียงหายใจของคนข้างหลังกระทบหู

            “...ห้ามไปไหนทั้งนั้นเข้าใจไหม ?”

            ยังไม่พอจากเสียงหลอนยังต้องเจอมือที่ค่อยๆลูบผมยาตะอย่างอ่อนโยนเหมือนต้องมนต์สะกด ทว่ามันไม่ได้อ่อนโยนเลยสักนิดในความรู้สึกของยาตะ เขาอยากจะหนีออกไปให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ขามันไม่สามารถขยับได้ตามใจเขา

            “ถ้านายคิดจะหนีไปจากฉันล่ะก็....”

           

            เอี๊ยดด....

           

            “ฟุชิมิคุงได้เวลากินยาแล้วนะครับ”

            “จิ๊-----“

            ฟุชิมิคลายมือออกปล่อยให้ร่างเล็กได้เป็นอิสระ เขามองหมอเปิดประตูเข้ามาพร้อมถือยามาด้วยสายตาที่ไม่พอใจสุดขีด มันทั้งน่ารำคาญและขัดอารมณ์ทุกอย่าง ยาตะใช้โอกาสนี้เดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่ได้กล่าวลาสักคำยิ่งให้หงุดหงิดเข้าไปใหญ่จนแทบจะระเบิดออกมา    

            “น่าหงุดหงิดจริง...”

            .....

            “ยาตะจัง ซารุเป็นไงบ้าง?”

            คุซานางิเอ่ยถาม หลังจากเห็นหน้าอีกฝ่ายซีดลงก็เดิม ยาตะหลุบตาลงไม่ยอมตอบ

            “สีหน้าเธอดูไม่ดีเลยนะ”

“กลับกันเถอะครับ คุซานางิซัง”

            เขาลากคุซานางิไปที่รถทันที อยากจะออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แล้วกลับไปพักผ่อนที่บ้านยังจะดีกว่า ไม่มีความคิดที่อยากจะเหลียวแลหันกลับไปมองหรืออยากจะเข้ามาเหยียบย่างที่นี่อีกแล้ว

            ....

            “ถ้าคิดว่าจะหนีได้ก็ลองทำดูสิ.. ยิ่งนายกล้าลองดีโดยเฉพาะกับฉันเนี่ย อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้ไกลเลย มิซากิ !!”

            ฟุชิมิที่มองอยู่นอกหน้าต่างภายในห้อง สบถออกมาอย่างไม่พอใจ เห็นคนที่กำลังเดินออกจากตัวโรงพยาบาลไกลเรื่อยๆจนมองไม่เห็นทำให้รู้สึกโมโห สายตาจับจ้องไปยังร่างเล็กที่ยังใจเสียไม่หาย สุดท้ายม่านก็ถูกปิดตัวลง แสงสว่างเริ่มค่อยๆจางหายไป เหลือเพียงห้องที่ถูกมืดมิดกลืนกินอยู่คนเดียว

 

…อีก 2 วัน ฟุชิมิ ซารุฮิโกะจะออกจากโรงพยาบาล...

…อาการจะดีขึ้นหรือแย่ลง...

…ในเมื่อความคิดอีกฝ่ายถูกความกลัวเข้าครอบงำ....

…ยิ่งหนีเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าใกล้มากเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าคิดลองดี !!...

- - - - - - - - - - - - - - - -

  • ตอนนี้ขอลายาวไปถึงวันที่ 10 เลยค่ะ T v T
  • วันที่ 6 ไปติว 7 สอบไฟนอล 8 โควต้า 9 ไปพิษโลก ภารกิจรัดตัวขริงๆ ฮือออ
  • แต่ไม่แน่ก่อนวันไปพิษโลกอาจจะแต่งต่อได้หน่อยนึง 
  • ขอบคุณที่ตามค่า คอมเม้นท์เล็กๆน้อยๆก็ดีใจมากแล้วค่ะ T v T 
  • (ช่วงนี้ต้องหมกอยู่แต่กับหนังสือ) ♥ (หนังสืออัลไล)

 

 

edit @ 5 Mar 2013 12:35:18 by Aloil ♠ Iyochan

Comment

Comment:

Tweet

ชอบความยันเดเระของฟุชิมิชะมัดเล๊ยยยยยยย (นะ...นี่เราชอบSMหรอเนี่ย!!!//สะพรึ่ง)
สู้ ๆ นะคะจะรอๆๆๆๆ

#8 By yamzee on 2013-03-31 19:39

เพิ่งมีเวลามาอ่านรวดเดียวค่ะฟหกาฟหก 
คือก่อนอื่น ส่วนตัวเราดาเมจกับภาพของฟุชิมิคุงที่ใส่ชุดคนไข้อ่ะค่ะ 5555 เเล้วมิซากิเองก็เเอบใจอ่อนสินะ  อุตส่าห์ปอกเเอปเปิ้ลให้ ////// โดกิเบาๆตอนฟุชิมิกอดมิซากิ
เเต่ฟุชิมิคุงมิวายเข้าโหมดยันเดเระสิน่า 555
เเล้วนี่สรุปว่าสมองมีปัญหาจริงๆเหรอคะเนี่ย ทำไมเเลดูเป็นเพราะโรคมิซากิลิซึ่มมากกว่า /โดนเเทงดับ 
สู้ๆนะคะน้องออย ทั้งเรื่องสอบเเละฟิคค่า

#7 By ミジ~ぱみゅぱみゅ on 2013-03-09 15:06

ทำไมซารุมันยันแบบนี้!!! โฮ้วววว
มันจะดีหรือร้ายล่ะเนี่ย ตื่นเต้น
ยาตะ กลัวหมดแล้วนะซารุ ช่วยบรรเทาความยันลงหน่อยดี
ไอเมะโรคจิต!!//โดนดาบเสียบ//สู้ๆคะ จะรอ^^

#6 By yong-w- on 2013-03-07 14:22

ตีหัวหมอได้ไหมค้าา  ขัดจังหวะพอดีเลย
ลิงมันจู่โจมไปนะ เดี๋ยวมิซากิจจะกลัวซะก่อน ๕๕
สอบสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ ว่างๆ ค่อยมาลงน้าา 
รอได้เสมอ

#5 By drsm (103.7.57.18|58.9.128.99) on 2013-03-05 23:13

ตีหัวหมอได้ไหมค้าา  ขัดจังหวะพอดีเลย
ลิงมันจู่โจมไปนะ เดี๋ยวมิซากิจจะกลัวซะก่อน ๕๕
สอบสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ ว่างๆ ค่อยมาลงน้าา 
รอได้เสมอ

#4 By drsm (103.7.57.18|58.9.128.99) on 2013-03-05 23:13

พึ่งได้มาอ่านค่ะ
ฟุชิมิ..แกเป็น ... ยันเดเระเต็มตัวแล้วสินะ
แว๊กกกกกกกกกกกกกก
ทำหมาตื่น ชิวาว่าหนีหางจุกตูดแล้วนั่น
ไม่รู้สิแบบว่า..บลัดโคตรชอบฟิลแบบนี้เลยอ่ะ
มันยิ่งกว่าเหนี่ยวรั้ง Sm มันแบบ สุดยอดของสุดยอดฟินค่ะ
เสะโรคจิตซาดิสม์ แถมยันด้วยนี่มัน 555

ยิ่งหนียิ่งเจอนะ กรี๊ดดดดดด//สรุปบลัดเป็นสายยันใช่ไหม??

รอต่อไปค่ะ แบบ...ซารุฮิโกะยันเดเระสุดยอดดดดด

#3 By blood_hana on 2013-03-05 20:04

สะพรึงลิงมากก ชิวาว่าระวังตัวนะลูก

#2 By Meow~* (103.7.57.18|103.10.231.214) on 2013-03-05 20:00

โฮกกกกกกกกกกกก ลิงมันยันมากกกกกกกกกก ยันมากกกกกกกก ชิวาว่าถึงกับสะพรวยยยย 
แอบน่ารักตอนกอดนะแต่สุดท้ายมีแต่ยันๆๆๆๆ555+
รอตอนต่อไปค่าา สู้ๆเน้อ

#1 By k-myst on 2013-03-05 13:44

ไม่อยู่ 6 วันนะคะ ' v ' ....