Aloil ♠ Iyochan View my profile

[Fic K Sarumi] Merge our minds (7)

posted on 23 Mar 2013 16:28 by capuchinoz in K-PROJECT directory Fiction

 

Warning : ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย ผู้ใดที่รับไม่ได้หรือไม่ชอบกด [x] ที่มุมขวาบนสุด
บนจอได้เลยค่ะ และเนื้อหามีการอ้างอิงถึงเนื้อเรื่องในอนิเมะจริงๆเล็กน้อย
เรื่องที่เขียนเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับ SS2 เลย
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
Merge our minds 
 
 
Fushimi Saruhiko x Yata Misaki
 
หมายเห็ด* แอบเพิ่มหน้าเป็น 2 เท่ากว่าเดิม รู้สึกว่าเอนทรี่ที่ผ่านมามันสั้นมาก 5555555555555 เอาทั้งที หนำใจคนอ่านไปเลยแล้วกันค่ะ =3=

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

       

 

         “อืมม... อือ....”

 

            ปั๊กกกกก !!

 

          “โอ้ยยยย !!!”

            ดวงตาที่หลับใหลมานานเบลอตามองอย่างช้าๆ เขากวาดสายตามองไปทั่ว เริ่มค่อยๆปรับความชัดของภาพขึ้นเรื่อยๆ มือเริ่มจับต้องตัวส่วนที่เจ็บเหมือนตัวเองพลัดตกหล่นจากอะไรสักอย่าง พอกลับไปมองต้นเหตุก็พึ่งรู้ว่าตัวเองนอนดิ้นแล้วก็ตกจากโซฟาราคาแพง

 

            ของห้องใครคนหนึ่ง ?

 

            ยาตะปรับสายตามองทั่วห้องให้ชัดอีกครั้ง ที่ภายในตัวห้องมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหูฉี่ถูกตกแต่งเหมือนคอนโด ไม่ว่าจะทั้งคอม ทีวีจอแบน ผ้าม่านที่บดบังแสงล้วนประมวลมูลค่าได้ยาก โดยเฉพาะโซฟาที่เขาตกราคาก็ใช่ว่าราคาจะเล็กๆน้อยๆ มันนุ่มจนเขาอยากจะปีนกลับขึ้นไปนอนต่อ ทำไงได้มันตกลงมาจนเขาตื่นเสียแล้ว ร่างเล็กค่อยๆลุกยืนขึ้นเดินสำรวจของภายในห้อง ได้เพียงแค่อาศัยแสงสว่างจากม่านมู่ลี่ที่ลอดผ่านเข้ามาเท่านั้น

 

            ที่นี่ไม่ใช่ห้องของซารุฮิโกะ ?

 

          “เจ้าคามาโมโตะล่ะ ?!!!”

ลองนึกย้อนไปเหตุการณ์ก่อนหน้านี้จำได้ว่าตัวเองยังอยู่ที่เกมเซนเตอร์กับคามาโมโตะ แล้วหลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีก มันไวมากจนตั้งตัวไม่ถูก เขาจำได้ดีว่าตอนมัธยมชอบไปเล่นที่บ้านเจ้าลิง เป็นไปไม่ได้ที่จะจำบรรยากาศภายในห้องของเจ้านั่นไม่ได้ ทว่าในห้องนี้กลับมีหนังสือหลายๆเล่มเต็มไปทั่วห้องเหมือนเคยไปอยู่ห้องใครสักคน

 

     ก็เขาไม่ได้ไปที่บ้านซารุฮิโกะมา 3 ปีแล้ว

 

            หรือว่ามันอาจจะจัดเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ? คงไม่ใช่หรอก ขนาดโครงสร้างห้องมันยังไม่ใช่เลย พอมองไปรอบๆตัวอีกทีถึงทำให้เขารู้ว่าตอนนี้กำลังอยู่คนเดียว ไม่มีใคร หรือสิ่งที่หายใจได้นอกจากเขา ในห้องมันเงียบมากแต่ไม่ถึงขนาดน่ากลัว เขารีบคลำหาสวิตช์ไฟเผื่อจะได้รู้อะไรๆชัดเจนขึ้น

 

            แล้วก็ต้องตกใจ

 

            เมื่อเห็นสิ่งที่เล็กพกง่ายขนาดกะทัดรัด... สีขาวโพลน... วางอยู่บนโต๊ะคอมของใครคนหนึ่ง ยาตะรีบวิ่งไปหยิบมันขึ้นมาดูเพื่อความแน่ใจ

 

            มันคือหูฟังและเอ็มพี 3 สมัยมัธยมของเขากับซารุฮิโกะ !!!

 

          “ไม่คิดเลยว่าแกจะยังเก็บมันไว้อยู่อีก...”

            สิ่งที่เคยใช้มันฟังเพลงด้วยกัน เสียบหูฟังคนละข้างแล้วตัวเองก็จะเป็นฝ่ายพล่อยหลับไปทุกครั้ง พอหลับทีไรหัวของตัวเองก็จะเข้าไปหาไหล่ของฟุชิมิตลอด ยาตะหน้าแดงฉ่าเหมือนมีน้ำร้อนกำลังเดือดใหม่ๆ แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่หลักฐานเดียวที่ยืนยันว่าห้องนี้เป็นของเจ้าลิงมันจะไปได้อะไรกัน ? เขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ใจเต้นรัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยิ่งเจอยิ่งอยากค้นหา พอพูดถึงเรื่องหูฟังตอนนี้เขาใช้เฮดโฟนไว้สำหรับฟังคนเดียว ไม่เหมือนกับหูฟังที่สามารถใช้ในเวลาเดียวกันได้ 2 คน....

 

            พูดถึงเฮดโฟน ?

 

            “เฮ้ยย !!!”

            มือเล็กยกขึ้นมาทาบคอตัวเอง คลำๆเท่าไหร่ก็ไม่เจอเฮดโฟน นี่มันถูกปล้นชิงทรัพย์รึไง ลองเอามือจับที่หัวก็พบว่า หมวกของเขาก็หายไป เหลือเพียงเสื้อกล้ามกับกางเกงตัวเดียว นอกนั้นมันหายไปหมด แม้จะลองหาจนทั่วห้องก็หาไม่เจอ เขาเดินไปหมายจะเปิดประตูออกไป

มันถูกล็อคแน่นสนิท

 

ทั้งยังมีรหัสผ่านคอยป้องกันอีกชั้น นี่อย่าบอกนะว่าหูฟังกับเอ็มพี 3 ก็ถูกขโมยมาเหมือนกัน ? ใช่ ตอนนี้เขาควรจะโทรหาใครสักคน.... หวังว่าโทรศัพท์คงไม่หายหรอกนะ

 

            ลองเอามือล้วงไปในกระเป๋ากางเกง ยาตะเอามืออีกข้างทาบอกด้วยความสบายใจ โชคดีที่โทรศัพท์ไม่ได้ถูกขโมย เขารีบเปิดดูเบอร์ในโทรศัพท์หวังจะโทรไปหาเจ้าคามาโมโตะให้ไปตามคนมาช่วยหน่อย ประตูถูกล็อคอย่างแน่นหนาไม่มีทางที่จะออกไปได้ง่ายๆ กับของที่หายไปหลายๆอย่างมันไม่น่าจะปลอดภัยแล้ว เขากดให้บัญชีรายชื่อในโทรศัพท์ปรากฏขึ้น หลังจากที่เห็นภาพบนหน้าจอเขาก็ต้องสบถออกมาด้วยความโมโห

 

            “เพื่ออะไรวะ ?!!!!”

 

เบอร์ในโทรศัพท์ถูกลบออกทุกรายการ ยกเว้น ‘ ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ ‘

 

            โดยปกติมนุษย์ส่วนมากมักจะขอเบอร์แล้วเมมไว้แต่ไม่คิดจะจำ นอกจากคนสำคัญจริงๆ ด้วยความเคยชินยาตะเองก็หารายชื่อแล้วก็กดโทรออกจนเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่นี่ไม่คิดว่ามันจะลบเบอร์ทุกคนออกยกเว้นเบอร์มัน งั้นเขาก็เริ่มมั่นใจแล้วล่ะว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องใครที่ไหน ...เพราะมันก็คือห้องของคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดนั่นแหละ !!!

            “ดี งั้นก็โทรให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยแล้วกัน !!”

            แม้ไม่อยากจะกดโทรรายนี้นัก ในเมื่อจำเป็นในสถานการณ์แบบนี้ จะกดลบเบอร์มันอีกคน แล้วเขาจะมีโทรศัพท์ไปทำไมในเมื่อจำเบอร์ใครก็ไม่ได้ ไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย

 

            ‘ อ่า มิซากิ มีอะไรงั้นหรอ ? ฉันยังไม่มีเวลาที่จะคุยตอนนี้หรอกนะ ‘

            “ถามได้ว่ามีอะไรงั้นหรอ ! ไม่มีเวลาอะไรของแก แต่ถึงขนาดเอาเวลามาจับฉันขังเนี่ยนะ แล้วของๆฉันแกจะขโมยไปทำไม ?”

            ‘ เลิกโวยวายแล้วกลับไปอ่านแผ่นกระดาษที่ฉันแปะไว้ตรงโซฟา แค่นี้แหละ ‘

 

            ฟุชิมิตัดสายทิ้ง ยาตะกำโทรศัพท์แน่นอยากจะขว้างแต่ขว้างไม่ได้ เขาเดินไปดูส่วนที่พลาดไป มีกระดาษติดไว้ที่ปลายโซฟาจริงๆ ตั้งแต่นอนตกโซฟามาก็จ้องมันไปนิดเดียวแล้วหันไปสำรวจอย่างอื่นต่อ เขากระชากกระดาษออกมาด้วยความโกรธ เพ่งเล็งมองตัวหนังสือที่ฟุชิมิเขียนไว้

 

‘ มีงานเข้ามาเร่งด่วน ฉันจะกลับมาประมาณ 5 โมงกว่าๆ อยู่ในห้องอยากทำอะไรก็ทำ ของกินอยู่ในตู้เย็น ส่วนของนายไม่ได้หายไปไหน ฉันเก็บไว้เอง ถ้ามีปัญหาอะไรนอกจากนี้โทรมา ห้ามดื้อ ห้ามซน หรือทำลายข้าวของภายในห้องฉันทั้งนั้น ถ้าหากนายซนล่ะก็ น่าจะรู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นนะ มิซากิ ‘

 

            ยังมีขู่.... ตะกี้นี้ไงล่ะปัญหา !! แล้วเจ้าลิงนั่นก็ตัดสายเขาไปดื้อๆ ยาตะเดินสำรวจห้องฆ่าเวลา มือไม้เริ่มซนยังไม่ทันขาดคำสั่งก็เริ่มจับของที่ไม่คิดว่าจะได้จับไปทั่วห้อง บางทีหมอนี่มันก็เกินหน้าเกินตาเขาไปจริงๆ

 

หน้าตาดี มีฐานะ รับราชการ ฉลาด ตอนอยู่มัธยมเรียนก็เก่ง ดูเฉิ่มๆ ทว่าป็อปมากพอสมควร ราศีดี รัศมีจับ

จนทำให้เขาอิจฉา
....เดี๋ยวนะ ? ทำไมไปๆมาๆ อย่างกับทำนายดวงคู่ชีวิตยังไงไม่รู้….

 

            ฉ่า ~~

 

            บ้า.... จะไปนึกถึงคนทรยศทำไมกัน อีกอย่างนี่มันไม่ใช่การทำนายดวงคู่ชีวิต คู่รง คู่รัก อะไรที่เขานึกเสียหน่อย ! แล้วจะไปอิจฉามันทำไม ? นี่เวลาก็จะเกือบ 5 โมงแล้ว ไอ้ลิงนี่ไม่คิดจะให้เบี้ยวเวลา ต้องเป๊ะทุกตารางนิ้ว บ่นไปก็เท่านั้น ท้องเริ่มร้องเลยสิ....

            ร่างเล็กเดินจ้ำอ้าวไปยังห้องครัว ดูท่าทางฟุชิมิยังจะพอทำอาหารเป็นเครื่องอุปกรณ์ครัวครบทุกอย่างถ้าหากใครได้เป็นแม่ศรีเรือนจะต้องสุขกายสบายใจแสนสุขอย่างแน่นอน... ไหนๆก็ขอลองเปิดตู้เย็นให้เป็นขวัญตาเสียหน่อย หือ ?

 

ตู้เย็นอย่างใหญ่ข้างในสุดแสนจะว่างเปล่า มีแค่ นม 3 กล่อง พร้อมมีกระดาษเล็กๆติดไว้ทุกกล่องว่า

เช้า – กลางวัน – เย็น

 

            “แล้วแกจะมีอุปกรณ์เยอะแยะครบถ้วนทำพระแสงอะไร....ว้อยยย ไอ้ซารุ !!!! แค่นี้ใครมันจะไปอิ่มวะ ?!!!!”

            เขาหยิบนมกล่องที่ 3 มาไม่ได้จะกินแค่น้ำนมมัน แต่จะกินเลือดกินเนื้อ กินทั้งกล่องมันให้หายแค้นไปเลย จะไม่กินก็ไม่ได้ในเมื่อท้องก็เริ่มปวดๆจุกๆเรียกร้องหาอะไรตกท้องให้มัน เนี่ยแหละคนเรา ตกลงใครเป็นเจ้าของใคร ถ้าท้องร้องเขาก็ต้องหาให้มันกิน ยังไงก็ต้องรีบกระเดือกมันเข้าไปให้ไวๆก็จบสินะ ?

 

            “แหวะ !!!!!!!!”

 

            แค่กลิ่นคาวๆเขาก็แทบจะอ้วกแล้วยังจะพยายามปิดจมูกแล้วกลืนมันเข้าไป ทำยังไงก็กลืนไม่ลงจนกระทั่งต้องสำลักออกมาเพราะวิธีกินพิสดารของตัวเอง ยิ่งพยายามเหมือนยิ่งไร้ค่า เขาสำลักออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เขาดันเผลอสำลักมันออกมาจนทำให้ครัวมันเลอะไปหมด เป็นสภาพที่คงไม่ค่อยน่าจะดูเท่าไหร่

 

            “เวร... ผ้าอยู่ไหนเนี่ย”

 

            ต่อจากเวรกรรมที่ทำนมเลอะใส่เครื่องครัวคนอื่น ยังต้องมาตามเช็ดอีก กลิ่นคาวคลุ้งนมยิ่งทำให้ต้องรีบหาผ้าเร็วๆ ยาตะวิ่งไปคว้าผ้าที่ใกล้ที่สุดแล้วรีบจัดการเช็ดกลบกลิ่นสุดจะเอียน ร่างเล็กเดินไปยังห้องน้ำเปิดก๊อกหมายเตรียมจะซักผ้า จะซักจริงๆมันก็ดันใหญ่แปลกๆ ตอนเช็ดไม่ได้รู้สึกอะไร ลองคลี่ดูดีๆแล้วถึงเห็นว่ามันเป็นชุดของฟุชิมิ.... สภาพขาดหลุดลุ่ย เปื้อนนม เห็นแล้วอนาถานักยิ่งนัก

 

            “ซวยแล้วไง...”

 

            ‘ ห้ามดื้อ ห้ามซน หรือทำลายข้าวของภายในห้องฉันทั้งนั้น ถ้าหากนายซนล่ะก็ น่าจะรู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นนะ มิซากิ ‘ ตัวหนังสือที่บรรจงเขียนบนกระดาษสีขาวลอยเข้ามาในหัวตอกย้ำซ้ำเติมคนที่จะต้องเผชิญหน้ารับกับคนจิตแตกอย่างฟุชิมิ แค่นึกก็ไม่อยากจะทำอะไรแล้ว วิบากที่ต้องหาผ้าว่าซวยแล้วนี่ยังคงต้องหาเข็มมาเย็บให้มันอีก

 

            ตอนนี้เข็มนาฬิกาชี้เวลา 17.30 น.

 

            ฟุชิมิบอกว่าจะกลับมา 5 โมงกว่าๆ และคิดว่ามันต้องมาไม่เกิน 6 โมงชัวร์... เย็บไม่ทันแน่ ยาตะ เย็บไม่ทันแน่ !! นี่แค่เช็ดนมเสื้อผ้าไหมพรหมเครื่องแบบ Scepter 4 มันบางเบาถึงขนาดเช็ดนมขาดเลยเรอะ ! รวยก็รวยแต่เสื้อผ้าคุณภาพต่ำมันไม่ใช่แล้ว !  เขาเดินกลับไปที่ห้องครัวใหม่ สถานที่ที่ไม่เคยมาจะหาของเจอได้ง่ายๆคงเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็เดินกลับไปหานมเจ้าปัญหาที่ยังเหลือประมาณครึ่งกล่อง อยากจะทิ้งมันไปให้สิ้นซาก เขาหยิบมันขึ้นมาเตรียมจะเขวี้ยงไปให้ตกถังขยะแถวๆนั้น พอยิงลูกเข้าประตู กระดาษที่แปะคำว่า ‘ เย็น ‘ ปลิวลอยมาตรงหน้า รู้สึกว่ายังมีคำอยู่ด้านหลังด้วย....

 

‘ กินอย่าให้เหลือ ถ้าฉันเช็คในถังขยะแล้วมันยังเหลืออยู่ล่ะก็นะ ~ ‘

 

            “โว๊ยยยยยย !!”

            บัดซบ... BINGO ตามมันทุกอย่าง !!! บอกทีว่ามันต้องการอะไร ไหนๆก็ไหนๆต้องกินอย่าให้เหลือ ปัญหาอยู่ที่จะหยิบนมออกมาจากถังมันน่าขยะแขยงมาก ถ้ามันบอกไม่ให้เหลือเขาก็เอามันไปเทใส่ชักโครกก็จบแล้ว ง๊องแง๊งจริงๆ

            กลั้นใจเอามือล้วงเข้าไปในถังขยะสุดสกปรกทั้งความที่เป็นคนใจร้อนผ่าวไม่ทันตั้งตัวกลัวว่าจะจับอะไรน่าเกลียดน่ากลัวเข้า รู้สึกพอตัวเองหยิบนมขึ้นมาแล้ว ก็เผลอขว้างมันใส่เครื่องครัวอีกรอบทำให้เลอะยิ่งกว่าเดิมเข้าไปใหญ่

 

            ‘ รหัสผ่านถูกต้อง ‘ เสียงหนึ่งดังขึ้นมาใกล้ๆประตู

 

            “รหัสผ่าน ? เฮ้ยยย !!”

 

            ….แกร่กกก

 

            ตึก.... ตึก... ตึก.....

 

            ….ตึก

 

            คนที่จะเดินเข้ามาในห้องนี้ได้ ไม่ต้องบอกว่าใคร... ยาตะแอบมองชายร่างสูงผมสีควันฟ้า แว่นดำกรอบหนากำลังถอดชุดสูทออก เดินไปวางของบนโต๊ะรับแขก ดูท่าทางยังไม่เอะใจอะไร เขากวาดสายตามองไปทั่วห้อง เดินไปเดินมาตรวจสอบความเรียบร้อย สุดท้ายก็หยุดชะงักมองห้องครัวตัวเองที่เปื้อนนมเลอะเทอะ และน่าจะรู้ว่าฝีมือแบบนี้ใครจะทำ

            “อา... มิซากิ ออกมาหาฉันหน่อยสิ ~”

            ออกไปให้โง่เส้ ! ยาตะตะโกนด่าในใจ ตอนนี้เขาหลบอยู่ในห้องน้ำ ล็อคประตูขังตัวเองเฝ้าชักโครกที่หวังอยากจะเทนมลงไปแต่ไม่สำเร็จ เท้าก็แอบเตะมันจนเจ็บขาเสียเอง

            “มิซากิ นี่ไม่ใช่เวลาเล่นซ่อ