Aloil ♠ Iyochan View my profile

DIARY

[DIARY] Lucky ? / Scream K 10

posted on 02 Mar 2013 12:48 by capuchinoz in DIARY, K-PROJECT directory Diary
Warning : เอนทรี่นี้หลังๆมีสปอยนะคะ
 
ถ้าจะไปอ่านเคผ่านน้องไดอารี่นี่เลื่อนลงไปข้างล่างได้เลย 5555555555555
 
โอ้ว จอช...
บอกฉันทีว่า จขบ. กินยาไม่เขย่าขวด มันจะคึกอัพเอนทรี่อะไรได้ขนาดนี้ ?!!!
/ได้ข่าวว่าปีนึงอัพนับจำนวนได้
 
 
เวลาเขียนไดอารี่ดีๆไม่ชอบค่ะ ชอบเขียนเวลาเจออะไรซวยๆจริง 555555555 (แต่นี่ก็ยังมีดีๆอยู่นะ)
2-3 วันที่ผ่านมานี้ เป็นอะไรที่วุ่นวายมาก วุ่นวายจนเหนื่อยล้า.....
ขอเริ่มพล่ามเลยแล้วกันค่ะ แฮ่กๆ
เริ่มจากวันพุธ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเรียนโรงเรียนเราค่ะ (วันพฤหัสหยุดวันศุกร์ลุยสอบไฟนอลต่อ)
 
26/02/56
 
วันสุดท้ายของการเรียนในเทอมนี้....
และแน่นอนค่ะ งานที่กำหนดส่งวันนี้มันเยอะมาก ทำให้เมื่อวันที่ 26/02/56 รู้สึก เอือมๆอึนๆ
เครียดไปเครียดมา ก็ลงระบายทวิตแหลกเลยค่ะ
 
เพราะว่าไม่ได้มีแค่งานตัวเองแค่คนเดียว
งานตัวเองต่อให้เสร็จหมดแล้วก็ยังคงต้องมีงานอื่นๆอีก
 
โดยเฉพาะ งานห้อง... (จะรับผิดชอบเยอะที่สุด)
งานที่ได้รับไม่ได้มีไรมากค่ะ ตัดต่อวิดิโอ 3 คลิป /น้ำตาไหลเป็นสายเลือด แล้วก็ทำบอร์ดยาว 1 บอร์ด จริงๆมีเพื่อนช่วยอยู่ 2 คน แต่อาจารย์ให้กลับมาแก้ ซึ่งวันนั้นยุ่งๆกันมากเลยต้องกลับมาแก้คนเดียว โถถัง ชีวิตฉัน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตามาก /อย่าคิดว่าเสร็จแล้ว เธอจะได้นอนสบายเกาพุงอยู่บ้าน ทำนองนี้
 
ตอนแรกฮึดฮัดมากค่ะ
กลับบ้านมา เริ่มเปิดโปรแกรมตัดต่อวิดิโอทันที แต่ไม่ได้ตั้งใจทำมาก เอฟฟงเอฟเฟคไม่มีอะไรกะเขาเลย ได้แต่ทำที่เปิดหัวข้อมันก็เท่านั้น ใช้เวลาไม่นานชั่วโมงนึง เสร็จค่ะ เป็นอะไรที่เฮมาก ใช้เวลาตัดต่อประมาณ 30-40 นาที รอเรนเดอร์ประมาณ 10 นาที (ซึ่งเวลารอเรนเดอร์ตัวโปรแกรมจะทำให้คอมค้างบ่อยมาก เพราะมันกำลังรวมคลิปวิดิโอให้เราอยู่) สุดท้ายก็เสร็จไปคลิปนึง
 
พอเสร็จไปแค่งานนึงตัวเองก็เลยบอกว่า ' อยากพักสักหน่อย '
เอาจริงๆคือ ' ไม่หน่อยเลย ' พักไปชั่วโมงกว่าๆ หาไรดูนู้นนี่นั่น เพลินไป 2 ชั่วโมงโดยประมาณ
สุดท้ายช่วงเวลา 3 ทุ่มตัวเองก็รู้สึกเริ่มเครียด เพราะเหลืออีกตั้ง 2 คลิป น่าจะใช้เวลาสัก 2 ชั่วโมง แล้วไหนจะงานบอร์ดที่เราต้องแก้อีก ไหนจะงานที่เพื่อนๆฝากปริ้น โฮ ปวดหัวมากค่ะ เหลืองานคู่อีกงานนึงให้ระบายสี แต่ไม่สามารถพอ โลเลจนทำอะไรไม่ถูก
 
จนสุดท้ายก็เลยไปลงทวิต ตอนนั้นรู้สึกแย่มากเลย เหมือนอะไรๆก็ถมมาที่เรา...
....จะแย่แล้วนะ ไม่อยากพูดอะไรเลย
เป็นความรู้สึกที่ท้อมากค่ะ ทำอะไรเหมือนตัวคนเดียวตลอด เหนื่อยบ้างอะไรบ้าง อยากมีมือสักสิบมือจัง ฉันจะได้ไปนอนสักที /พึ่งรู้ว่าตัวเองช่วงนี้เป็นคนนอนดึกไม่ได้เสียแล้วค่ะ ตื่นเช้ามาจะเบลอๆ อารมณ์เสียบ่อยมาก แถมยังทำให้เป็นหวัดง่ายด้วย ; v ;
 
เอาเป็นว่า วินาทีนั้นเครียดมากแทบจะระเบิดออกมาแล้ว
 
แต่แล้วที่ประทับใจมากที่สุด....
 
ไม่คิดว่า การบ่นลงทวิตเตอร์เพราะความเครียดส่วนตัว ไม่ได้ระบายถึงใคร แค่รู้สึกว่าตัวเองพักนานไปหน่อย อาจจะเหลิงทำตัวไปเรื่อยๆ อย่างว่า เวลาไม่เคยรอใคร พอถึงประมาณ 3 ทุ่มเริ่มไม่อยากจะทำอะไรแล้ว (ตอนนั้นมีความคิดที่เห็นแก่ตัวนิดนึงว่า งานคู่ฉันก็ยังไม่เสร็จเลยนะ นี่จะเอาอะไรอีก ทุกอย่างต้องส่งพรุ่งนี้หมดเลยหรอ งานนี้เพื่อห้อง เหนื่อยนะ เหนื่อยมากก.....)
 
เพียงประโยคไม่กี่ประโยคที่ทวิตไป
 
แม่ยกซารุมิ หลายๆคนที่ฟอลในทวิตเข้ามาเห็น อยู่ๆเริ่มทักเมนชั่นมาหาเราจนทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ (ปกติไม่เคยโดนเจออะไรแบบนี้ ชอบเก็บไว้คนเดียวบ้างหลายๆครั้ง 555555555555555) เยอะจนตอบเมนชั่นกันแทบไม่ทัน จากหลายๆข้อความที่เราอ่าน มีทั้งฮา ซึ้ง มีทั้งความรู้สึกหลายๆอย่างที่ช่วยกัน ไปๆมาๆจากที่จะร้องไห้เพราะท้อกลายเป็นเสียงหัวเราะ(บ้าหน้าคอม)โดยไม่ได้ตั้งใจ
 
รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก
 
หลังจากที่เริ่มหัวเราะก็รู้สึกมีแรงฮึดฮัดขึ้นมาทำงานขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ดั่งแสงฟ้าประกายเจิดจรัสส่องชี้สู่ทางสว่าง *โดนต่อย* ทุกๆคนเป็นแรงผลักดันได้จริงๆ ความรู้สึกเหนื่อยหายปลิดทิ้งไปโดยปริยาย ไม่รู้ว่าจะขอบคุณทุกคนยังไง บางคนคุยกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังคอยอยู่ข้างๆด้วยเมื่อเราไม่สบาย สุดท้ายนี้ยังไงก็
 
ขอบคุณจริงๆค่ะ *กอดแม่ยกซารุมิทุกคน*
(หารู้ไม่ว่า ตั้งแต่ที่เล่นทวิตเตอร์มา พอได้เข้าวงการ ซารุมิ แล้ว ได้ทั้งเพื่อน พี่ น้อง เยอะแยะมากมาย แต่ละคนก็ดีๆกันทั้งนั้น ดีใจที่ได้รู้จักกันมากๆค่ะ ♥ ลองนับแล้วประมาณ 10 กว่าคนได้ในเวลาไม่ถึงอาทิตย์ เป็นอะไรที่สะพรึงจริงไรจริง....)
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
27/02/56
 
หลังจากยิ้มได้แล้วกะจะนั่งทำงานต่อ....
ด้วยความง่วงเพลียสุดแสนจะเหนื่อยล้าทำให้ต้องตั้งนาฬิกาปลุกไอแพดไว้ประมาณ ตี 3
ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนที่สู้ความง่วงไม่ค่อยได้ ถ้าไม่ไหวจริงๆเลยชอบทำงานตอนเช้าๆบ่อยๆ เพราะมันแข่งกับเวลา ตื่นเต้นมากค่ะ
 
หาได้รู้ไหมว่า
 
มันไม่ยอมปลุก !!! ทำให้ตื่นเช้ามาเป็นเวลา 7.00 น. (โรงเรียนขึ้น 8 โมงนะรู้สึก...)
 
แอบหงุดหงิดตอนเช้าไปโดยปริยาย นี่ฉันงานยังไม่เสร็จเลยนะเฮ้ย ตื่นมาอีกที 7 โมงแล้วเรอะ ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง (คือตอนนั้นสติแตกไม่ไหวแล้ว หงุดหงิดตัวเองมาก) และยังต้องพบกับอีกว่า......
 
โทรศัพท์แบตหมด ลืมชาร์จ
 
มีอะไรที่อนาถากว่านี้อีกไหม... ปกติแล้วจะใช้โทรศัพท์ปลุกค่ะ แต่ตอนนี้เป็นไรไม่รู้ มันปลุกบ้างไม่ปลุกบ้าง หรือบางทีก็ปลุกแล้วไม่มีเสียงนี่ยิ่งอารมณ์เสียกว่า จำได้ว่าเคยมีครั้งนึงมันปลุก สั่นไปเรื่อยๆตกถังน้ำที่วางไว้ข้างๆโต๊ะ ลำโพงเจ๊งไปเลย ขอบคุณมากนะ
 
นี่ขนาดตั้งไอแพดสำรองไว้อีกเครื่อง ยังไม่ยอมปลุกอีก เป็นอะไรที่เฟลมากค่ะ จนคุณแม่ต้องรีบมาปลุกแทนนาฬิกาไม่งั้นไม่ยอมตื่นแน่ ฮึกๆ
แอบไปบ่นกับคุณแม่ว่า ' วันนี้เป็นไรไม่รู้ โทรศัพท์ก็ไม่ปลุก ไอแพดก็ไม่ปลุก ... '
เสด็จแม่สวนกลับมาว่า
 
' ไม่ปลุกอะไร มันดังไปเป็นชั่วโมงเลยนะ ไอแพดอะ '
 
อยากตรัย.... เอาง่ายๆคือตัวเองหลับลึกด้วยสินะ /ซีดดดด
 
และแล้วก็ไปโรงเรียนด้วยความสับสนวุ่นวาย ข้าวเช้าก็กินไม่ทัน #อุส่าห์เป็นฮอทด็อกเผ็ดๆสุดเลิฟ พอไปโรงเรียนสายทีไร ของอร่อยๆมาทุกที แย่มาก
 
ต้องไปขอโทษเพื่อนอย่างแรงที่ตัวเองยังระบายสีงานคู่ไม่เสร็จ (ถึงจะเหลือแค่ 2 หน้าก็เถอะ แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจ) ยังดีที่วันสุดท้ายแล้วตัวเองไม่มีงานค้างส่วนตัว วิชาบางวิชาก็เลยปล่อยให้ว่างแล้วเคลียร์งานกัน
 
แต่เป็นอะไรที่เหนื่อยกายมากที่สุดค่ะวันนี้...
อากาศประเทศไทยรู้สึกแบบว่า ร้อนนะ ..ร้อนมาก ร้อนชิบ.....
ปกติตัวเองเป็นคนที่เหงื่อออกยาก แล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยบ่นว่าร้อนเท่าไหร่ ทนความร้อนได้อย่างสูง ในทางตรงกันข้ามเจออากาศเย็นนิดหน่อย โดนพัดลมจ่อนานๆก็บอกว่าหนาวแล้ว #ช่างตรงกันข้ามกับคนทั่วไปอย่างมาก เราต้องเดินไปส่งงานให้เพื่อนๆในห้องเยอะแยะหลายวิชา จนขาแทบจะลากคลานไปกับพื้น
 
ไปๆมาๆอนาถาเท่านี้ยังไม่พอ... เหนื่อยกับงาน กระเป๋าหนักแล้วยังจะ....
 
กระเป๋าซิบแตก 2 ซิปเลย !!!
 
อลอยล์เอ๋ย ปกติแตกซิปนึงก็ว่าแย่แล้ว อย่างน้อยก็ยังมีอีกอันนึงให้รูดเปิดปิดได้ แต่นี่ 2 อันเชียวนะคะ โถ่ !! เพื่อนเห็นนี่กร๊ากกันใหญ่ กระเป๋าอนาถามาก ซิปแตกแบบเห็นตับไตไส้พุงไปหมดเลยค่ะ ฮืออ

หอบกระเป๋ากลับบ้านไปอย่างอนาถาและเวทนายิ่งนัก #จะจบแล้วระลึกซะหน่อย

 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
28/02/56

วันนี้เป็นวันหยุดที่ได้อ่านหนังสือ....

ไฉนเล่าเรายังคงต้องไปโรงเรียน

ไปทั้งส่งงานและส่งโควต้า ตื่นมาซะเช้ากว่าใครแต่ไปโรงเรียนสายกว่าเพื่อน (เพื่อนมา 7.20 ละ ตัวเองไป 9 โมง 555555555555) ไปนั่งสิงกันอยู่ที่โรงอาหาร  บางคนก็ไปทำงานค้างของตัวเอง แต่เราคิดว่าส่งงานห้องเสร็จ แล้ววิ่งไปส่งโควต้าหน่อยก็คงเสร็จแล้วล่ะค่ะ

ไม่นานมีเพื่อนคนนึงว่างงาน เลยถามว่าจะไปส่งโควต้ามั้ย เราก็บอกว่า ไปๆ จะได้ทำให้มันเสร็จเป็นจบๆ พอกำลังจะเดินไปได้ครึ่งทางเท่านั้นแหละค่ะ ปรากฏว่าตัวเองด้วยความรีบจัดลืมเอกสารไปใบนึง เลยต้องโทรหาแม่ให้มารับหน่อย บังเอิ๊ญ บังเอิญว่าช่วงนั้น เข้าเทศกาลประจำจังหวัดทันที แม่ยิ่งไม่ค่อยว่างใหญ่เลย แต่สุดท้ายก็มารับเราไปเอาเอกสารอีกใบค่ะ

....สุดท้ายก็กลับมาบ้าน (ดีอย่างนึงที่ตัวเองบ้านใกล้ ประมาณ 5 นาทีก็ถึง)

ปริ้นเอกสารใหม่เสร็จศัพท์ครบถ้วน
พอกำลังจะขึ้นรถกลับไปโรงเรียนอีกทีเนี่ยแหละ เพื่อนที่มานั่งรถด้วยก็บอกว่า ขอดูเอกสารของออยหน่อย เราก็ยื่นไปให้ดู แม่ก็กำลังจะสตาร์ทรถพอดี อยู่ดีๆเขาก็พูดขึ้นมาว่า

ในเอกสาร : พิการทางการได้ยิน //พรวดดดดด (ฉันปิดคอมไปแล้วนะคะ !!!)

ต้องรีบบอกให้จอดก่อนแล้วลงไปปริ้นใหม่ อากาศก็ร้อนอบอ้าวจนไม่อยากจะวิ่งไปไหนมาไหนเลย พอดีทางเว็บโรงเรียนมันแก้ตรงพิการไม่ค่อยได้ค่ะ ถ้าจะพิมพ์ทั้งทีต้องเช็คสุดๆเลย เพื่อนหลายคนบอกว่าบางทีก็เป็นเหมือนกัน ตรงช่องนี้แหละที่แก้ยากที่สุด เราก็แก้ๆไปประมาณ 5 นาทีกว่าจะได้ปริ้นนี่เหงื่อแตกพลั่กๆ

สุดแสนจะเหลือทน

กลับมาถึงโรงเรียนอีกรอบ พอไปยื่นเอกสารช่วงนั้นเป็นเวลาพักกินข้าวพอดี ด้วยความโชคดีเล็กๆ ครูเลยบอกว่า หมดคิวแล้วนะ นอกจากน้องแว่นคนนี้ (เราใส่แว่นพอดีค่ะ เฮือกกก) ขณะนั้นที่กำลังรอ เพื่อนๆข้างหน้าก็ยื่นเอกสารโควต้ากันตามปกติ แต่ไปๆมาๆบรรยากาศชักไม่ดี ดูท่าฝ่ายแนะแนวจะเคร่งมาก ใครเขียนเกรดผิด ใครเซนชื่อผิด ใครผมยาว โดนตีแปะๆที่มือนะจ้ะ (แต่เสียงนี่ดังใช่เล่นเลยนะคะ ฮือออ) พอมาถึงคิวเรา ลุ้นมากค่ะ กลัวเกรดไม่ตรงกับที่ฝ่ายวิชาการพิมพ์มา

...... รุ่นพี่เช็คเกรด อืมม ถูก เฮ้ ถูกหมด !! /ถ้าผิดนี่โดนตี 1 แปะเชียวนะ พรากกก

...... ใครลืมเอาปากกามาเขียนก็โดนนะแจ้ะ /ดีที่เพื่อนข้างหลังหยิบมาให้ ไม่งั้นตายแน่ พรากๆ รอดไป

...... ครูเช็ครายเซน เอกสารประกอบ โอเคผ่าน

...... มาถึงขั้นตอนสุดท้าย เซนใบที่จะสมัครซะ (แล้วฉันจะได้กลับบ้านสักที !!)

มาถึงตรงนี้เราเห็นคนลืมเอารูปมา เอ่อ ..โดนตีปรั่กๆ

แต่ประเด็นนี่แหละที่ว่า

เราก็ลืมเอารูปมาแปะเหมือนกัน... *แย่*

ขณะคุยกับครูไปเหมือนถูกสัมภาษณ์ พอมาถึงขั้นตอนสุดท้ายฉันจะได้กลับบ้าน แต่ทว่า.. อยู่ๆครูก็พูดขึ้นมา

' น้องแว่นติดรูปสิ ' //ซีดดดดดด

' อย่าบอกนะว่าไม่มี ? มา เตรียมแบมือมา ' ครูพูดต่อ

' มีค่ะ แต่อยู่ในกระเป๋า (ด้วยความบังเอิญตอนนั้นตัวเองไม่ได้เอากระเป๋าไป เลยต้องกลับไปเอากระเป๋าที่โรงอาหารอีกครั้ง)

สุดท้ายเราก็ต้องกลับบ้านไปเอารูปอีกรอบ

อากาศนอกจากจะร้อนชิบ...ไม่พอ ยังจะให้เรากลับบ้านไปตั้ง 2 รอบ แต่ครั้งนี้แม่ติดธุระจริงๆไม่สามารถที่จะกลับมารับได้ เลยต้องอาศัยเพื่อนไปแทนค่ะ ฮือออ

ขอรวบรัดเลยแล้วกัน พอกลับมาอีกครั้งครูก็กินข้าวพอดี เราเลยต้องรอครูกินข้าวเสร็จซึ่งนานพอสมควรเลย เราก็จัดการแปะๆรูปไป ครั้งนี้หน้าซีดกว่าเดิม เพราะรอบบ่ายคนก็จ